bitkub-banner

ข้อมูลออนเชนยืนยัน วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะ 3 ปัจจัยนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลออนเชนบ่งบอกว่าตัวชี้วัด MVRV Z-Score ในปัจจุบันมีค่าเพียง 1.0 บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในช่วงสะสมพลังมากกว่าการจบรอบ ทำให้วัฏจักรมีการเปลี่ยนแปลง
  • ถัดมา ปริมาณ Bitcoin บนกระดานเทรดลดลงเหลือเพียงประมาณ 2.21 – 3 ล้าน BTC ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี สวนทางกับราคาที่ทำสถิติใหม่เมื่อปีก่อน
  • Spot ETF คือผู้เปลี่ยนเกมตัวจริง ถือครอง Bitcoin รวมกันกว่า 1.3 ล้าน BTC ส่งผลทำให้รอบนี้ตลาดขับเคลื่อนด้วยเงินทุนสถาบันเป็นหลักแทนที่นักลงทุนรายย่อย

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin ในปี 2026 กำลังพิสูจน์ว่าพฤติกรรมตลาดแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เมื่อตัวชี้วัดสำคัญอย่าง MVRV Z-Score ยังคงอยู่ในระดับต่ำแม้ราคาจะยืนเหนือ $81,000 สะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าพื้นฐานที่เดินไปพร้อมกับราคาตลาดโดยปราศจากความร้อนแรงที่เกินจริง สภาวะการขาดแคลนอุปทานบนกระดานเทรดที่ลดลงเหลือระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ประกอบกับแรงซื้ออย่างมหาศาลจากกองทุน Spot ETF โดยข้อมูลทั้งหมดระบุชัดเจนว่าเรากำลังอยู่ในวัฏจักรที่คาดเดาได้ยากขึ้นและมีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ตลอด 4 วัฏจักรที่ผ่านมา Bitcoin ได้มีการเคลื่อนไหวตรงตามตำราทุกระเบียบนิ้วไม่มีเลยสักครั้งที่จะฝืนโชคชะตาได้ แต่ดูเหมือนว่าวัฏจักรใหม่ในรอบนี้กำลังพิสูจน์ว่าสิ่งต่างๆ กำลังจะเปลี่ยนไปและความรู้เดิมที่เคยมีอาจใช้ไม่ได้ผล 

ปัจจุบัน ข้อมูลออนเชนแสดงให้เห็นว่า ตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่เคยส่งสัญญาณเตือนถึงจุดสูงสุดของรอบก่อนหน้านั้นยังคงนิ่งสงบ แม้ว่าราคา BTC จะพุ่งทะลุ 81,000 ดอลลาร์ไปแล้วก็ตาม 

Bitcoin เปลี่ยนไปอย่างไร?

ตัวชี้วัด MVRV Z-Score ถือเป็นหนึ่งในดัชนีที่บ่งบอกชัดเจนว่าขณะนี้โครงสร้างตลาดของ Bitcoin ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปแล้วและไม่ได้มีรูปแบบเหมือนช่วงปลายวัฏจักรก่อนหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความซบเซาของตลาดนักลงทุนรายย่อย กลับกันนักลงทุนสถาบันต่างได้ทำการกว้านซื้อไม่หยุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับตัว The MVRV Z-Score คือการวัดช่องว่างระหว่างราคา Bitcoin ในตลาดกับราคาที่แท้จริง หากตัวชี้วัดนี้มีค่ามากกว่า 6 หรือเหนือโซนสีแดง ตามสถิติแล้วมักส่งสัญญาณจุดสูงสุด แต่ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่าดัชนีตัวนี้มีค่าสูงสุดแค่ที่ 3.5 หลังการ halving ครั้งล่าสุด ซึ่งต่ำกว่าขาขึ้นปี 2013,2017 และ 2021 เป็นอย่างมากที่ทำคะแนนไปถึง 12,11 และ 7

ทั้งนี้ ในวันที่ 14 พ.ค. 2026 ตัวของ Z-Score กลับมีคะแนนเพียงแค่ 1 เท่านั้นแสดงว่าตลาดมีแนวโน้มอยู่ในช่วงสะสมมากกว่า เพราะถ้าตลาดร้อนแรงจริงอย่างน้อยดัชนีก็ควรไต่ขึ้นไปทดสอบระดับเก่าที่ 3.5

ดังนั้น สภาวะการบีบตัวของตัวชี้วัดดังกล่าว บ่งชี้ว่ามูลค่าราคาตลาดตามจริง ของ Bitcoin เติบโตได้รวดเร็วพอที่จะดูดซับการเพิ่มขึ้นของราคาเอาไว้ได้ ทำให้ยังไม่เกิดส่วนต่างจากความคลั่งระหว่างราคาตลาดกับมูลค่าพื้นฐาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่เคยปรากฏให้เห็นในทุกจุดสูงสุดของรอบที่ผ่านมา

Bitcoin ไหลออกจากกระดานเทรด

ขณะเดียวกันจำนวนอุปทานของ Bitcoin บนเว็บเทรดได้ลดลงอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่านักลงทุนเลือกที่จะถือมากกว่าเทขาย 

Glassnode ระบุว่าปริมาณสำรองของ Bitcoin บนเว็บเทรดเคยพุ่งแตะระดับสูงสุดที่กว่า 3.3 ล้าน BTC ในช่วงต้นปี 2022 และได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเหลืออยู่เพียงประมาณ 3 ล้าน BTC ในเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ในช่วงระหว่างนั้น Bitcoin กลับสร้างสถิติราคาใหม่ได้สำเร็จซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ

Spot ETF คือเดอะแบก

สำหรับปัจจัยสุดท้ายที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นั่นคือกองทุน Spot Bitcoin ETF เพราะช่วงก่อนปี 2024 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงไม่ถือกำเนิด แต่หลังจากนั้นมานักลงทุนกลุ่มนี้กลับถือครอง Bitcoin กว่า 1.3 ล้าน BTC หรือ 6.5% ของอุปทานหมุนเวียนในขณะนี้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต่อให้ Bitcoin จะมีความผันผวนบ้างแต่นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวก็ยังคงเดินหน้าทยอยสะสมมาโดยตลอดทำให้ Bitcoin มีการดูดซับแรงขายมากกว่าวัฏจักรก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม สมมติฐานของทฤษฎีนี้มุ่งเน้นไปที่เรื่องเชิงโครงสร้างมากกว่าเรื่องทิศทางของราคา อีกทั้ง กระแสเงินไหลเข้าของ ETF ก็สามารถพลิกกลับเป็นไหลออกได้ และการที่กรรมสิทธิ์ในเหรียญไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสถาบัน ก็ได้นำมาซึ่งความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่ผูกติดกับการปรับสมดุลพอร์ตลงทุน และสภาพคล่องในภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาค

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ข้อมูลกำลังแสดงให้เราเห็นก็คือ เกณฑ์วัดในอดีตอาจไม่สามารถนำมาใช้คาดการณ์ทิศทางของตลาดในรอบนี้ได้อย่างแม่นยำอีกต่อไป และเรากำลังเข้าสู่ยุคที่คาดเดาตลาดไม่ได้

ที่มา : Beincrypto


มุมมองผู้เขียน : ข้อมูลดังกล่าวเป็นการบ่งชี้ว่าราคาของ Bitcoin ในรอบนี้ไม่กลวงโบ๋เหมือนรอบก่อนที่เน้นเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้นการที่บอกว่าวัฏจักรเปลี่ยนอาจไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีขาลงแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ว่าขาลงอาจถูกลดทอนให้สั้นลง หรือรอบวัฏจักรมีระยะเวลาที่ยาวขึ้นก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมองเป็นแง่ดีเสมอไป