bitkub-banner

ตลาดคริปโตรับข่าวดีเรื่องกฎหมายแต่เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ร่างกฎหมาย Clarity Act ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความชัดเจนด้านข้อบังคับสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
  • ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนเมษายนพุ่งสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปี 2027
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 2 ปีทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบที่สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

สภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่กดดันจากอัตราเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าข่าวดีด้านความชัดเจนทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงลดลงในระยะสั้น

ความคืบหน้าของร่างกฎหมาย Clarity Act ที่ผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียง 15 ต่อ 9 ช่วยให้ตลาดคริปโตมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น แต่สภาวะตลาดในระยะสั้นกลับถูกกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และการคาดการณ์นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา

Kavi Jain นักวิจัยอาวุโสจาก Bitwise อธิบายว่าการผ่านร่างกฎหมายนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์ม Smart Contract อย่าง Ethereum และ Solana

ความชัดเจนทางกฎหมายจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวของการใช้งาน Stablecoin การทำ Tokenization และการพัฒนาตลาดทุนบนเครือข่ายบล็อกเชน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคกลับไม่เอื้ออำนวย ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนในตลาดเริ่มประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนเมษายน 2027 ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 30 ปีก็สะท้อนความกังวลนี้เช่นกัน โดยพุ่งแตะระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 สภาวะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ลดลงเมื่อเทียบกับการลงทุนที่ปลอดภัยกว่า

Jain ระบุว่าเงินเฟ้อส่งผลเสียอย่างมากต่อสินทรัพย์ระยะยาว และการที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าตลาดไม่ได้มองวิกฤตราคาพลังงานครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวอีกต่อไป ซึ่งสวนทางกับโมเมนตัมการลงทุนในกลุ่ม AI ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข้ามมาดูเหตุการณ์อื่นในตลาด Thorchain ได้ประกาศระงับการซื้อขายหลังถูกโจมตีข้ามเครือข่ายมูลค่าประมาณ 10.8 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาเหรียญ RUNE ร่วงลง 12% ทันที

ทางด้านตลาดน้ำมันดิบโลก ราคาฟิวเจอร์สพุ่งสูงขึ้นหลังจาก Donald Trump ระบุว่าจีนตกลงซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมภายหลังการหารือกับ Xi Jinping

นอกจากนี้ Trump และ Xi ยังมีความเห็นตรงกันในประเด็นที่ว่าอิหร่านไม่ควรได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และจำเป็นต้องเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สำหรับความเคลื่อนไหวของบริษัทที่ลงทุนในคริปโต หุ้น STRC ของบริษัท Strategy ทำสถิติปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.53 พันล้านดอลลาร์ โดยเม็ดเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจำนวน 11,707 เหรียญ

ปิดท้ายที่สัญญาณเทคนิค อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยระยะสั้น ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ 4.05%

การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เกิดรูปแบบ Inverse Head-and-Shoulders Breakout ซึ่งบ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านจากแนวโน้มขาลงเป็นขาขึ้น การทะลุผ่านเส้น Neckline ยืนยันว่าทิศทางหลักในตอนนี้คือการปรับตัวสูงขึ้น

สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันใกล้ และมีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมของเดือนมกราคม 2025 ที่ระดับ 4.24% ได้

ที่มา Coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับสภาวะชักเย่อระหว่างข่าวดีด้านโครงสร้างกฎหมายและข่าวร้ายด้านเศรษฐกิจมหภาคครับ แม้ Clarity Act จะเป็นผลดีในระยะยาวที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของสถาบันการเงิน แต่ในระยะสั้น เม็ดเงินลงทุนมักจะวิ่งตามผลตอบแทนที่ปลอดภัยกว่าเสมอ การพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลถือเป็นตัวดูดสภาพคล่องชั้นดีที่ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตขาดแรงหนุนไปโดยปริยาย ในช่วงเวลานี้ นักลงทุนควรจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อและท่าทีของธนาคารกลางอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยมหภาคเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาตลาดไปอีกสักระยะครับ