สรุปข่าว
- ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 5.822% เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2541 สะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลก
- ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อรุนแรง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีด้วยเช่นกัน
- Bitcoin ร่วงกว่า 2% จากจุดสูงสุดของวัน สอดคล้องกับแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก จับตาว่าแนวรับ $79,000 จะยืนได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณ risk-off ที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต การที่ตลาดพันธบัตรทั่วโลกส่งสัญญาณเงินเฟ้อพร้อมกัน อาจทำให้แรงขาย Bitcoin และ Ethereum ยืดเยื้อต่อไปในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 เวลาประมาณ 17:42 น. ตามเวลาไทย (10:42 GMT) ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 5.822% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2541 ตามข้อมูลของ LSEG ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ที่ระบุว่าตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ในวันเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของอังกฤษก็ขยับขึ้นสู่ระดับประมาณ 5.2% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 ด้วย โดยแรงหนุนมาจากทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ลุกลามไปทั่วโลก

สัญญาณเงินเฟ้อทั่วโลกที่ดันพันธบัตรอังกฤษพุ่ง
การพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันที่สะสมมาตลอดต้นเดือนพฤษภาคม โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวขึ้นกว่า 5.7% ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งยิ่งส่งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อนี้เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะของอังกฤษ
ตลาดยังกำลังประเมินว่าธนาคารกลางอังกฤษอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกือบสามครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์นี้ชวนให้นึกถึงวิกฤตพันธบัตรอังกฤษในปี 2565 เมื่อนโยบายงบประมาณของอดีตนายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ จุดชนวนให้ค่าเงินปอนด์ดิ่งและผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งพรวด จนธนาคารกลางอังกฤษต้องเข้าแทรกแซงซื้อพันธบัตร แม้วิกฤตครั้งนั้นมีสาเหตุต่างกัน แต่ระดับผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกันทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรโลก Bitcoin ปรับตัวลงกว่า 2% จากจุดสูงสุดของวันที่ $80,733 มาอยู่ที่ราว $79,072 ณ เวลาที่รายงาน โดยในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคา BTC ร่วงลงแล้วเกือบ 1.82% ขณะที่ Ethereum ก็ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกัน จาก $2,263 ลงมาอยู่ที่ $2,215 สอดคล้องกับบรรยากาศ risk-off ในตลาดการเงินโลก
เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูง นักลงทุนสถาบันมักโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเข้าหาพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนมากกว่า สถานการณ์นี้คล้ายกับที่ Siam Blockchain เคยรายงานไว้เกี่ยวกับผลกระทบของพันธบัตรญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปี พุ่งแตะ 2.39% สูงสุดในรอบ 27 ปี ซึ่งส่งผลให้ตลาดคริปโตสั่นคลอนจากผลของ Carry Trade ที่คลายตัว ตอนนี้แรงกดดันคล้ายกันอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่มาจากฝั่งอังกฤษ นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังรายงานแยกไว้ว่า ตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าสัญญาณมหภาควันนี้เป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันที่สะสมมาระยะหนึ่งแล้ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณจากตลาดพันธบัตรอังกฤษครั้งนี้น่าเป็นห่วงพอสมควร เพราะผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 27 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันบ่งชี้ว่าตลาดพันธบัตรโลกกำลังส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้ออาจไม่ได้ถูกควบคุมได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด สิ่งที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือว่า Bitcoin จะสามารถยืนอยู่เหนือแนวรับ $79,000 ได้หรือไม่ ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายเพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน ต้องดูด้วยว่าธนาคารกลางอังกฤษจะออกมาส่งสัญญาณอะไรในการประชุมครั้งต่อไป เพราะมันจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินโลกในภาพรวม
ที่มา: @KobeissiLetter
ภาพจาก AI

