bitkub-banner

Bitcoin ร่วงทะลุ $78,000 นักเทรดพอร์ตแตกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วง 3.2% ลงมาแถว $78,000 ลบกำไรทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมลาก Altcoin หลายตัวปรับฐานตาม โดย Solana ร่วงประมาณ 5% และ Ethereum ปรับตัวลงใกล้เคียงกัน
  • ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ตลาดคริปโตมีการล้างพอร์ตกว่า $581 ล้านภายใน 24 ชั่วโมง โดยกว่า 95% เป็นฝั่ง Long
  • CoinDesk ระบุว่า ตัวเลข PPI ของสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น 6% สูงกว่าคาด รวมถึง Bond Yield และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นพร้อมกัน ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า Federal Reserve อาจยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่เคยคาดไว้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
เมื่อทั้งเงินเฟ้อ Bond Yield และราคาน้ำมันปรับขึ้นพร้อมกัน ตลาดเริ่มลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ Risk Asset รวมถึง Bitcoin ขณะที่ Leverage ฝั่ง Long ที่สะสมมาหลายวันถูกล้างออกในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ภาพระยะสั้นยังดูเปราะบาง และมีโอกาสทดสอบแนวรับ $75,000–$77,000 ต่อได้

Bitcoin ปรับตัวลงแรงในช่วงตลาดเอเชียวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 หลุดระดับ $78,000 และลบกำไรที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ออกเกือบทั้งหมด หลังตลาดการเงินทั่วโลกกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยอีกครั้ง

การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่า Bond Yield ที่พุ่งขึ้น และราคาน้ำมันที่ยังยืนสูง ทำให้บรรยากาศของตลาดเปลี่ยนจากการกลับมารับความเสี่ยง เป็นการลดความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว

ตลาดคริปโตถูกล้างพอร์ตหนักแค่ไหน?

ข้อมูลจาก CoinGlass พบว่ามีการล้างพอร์ตรวมกว่า $581 ล้านใน 24 ชั่วโมง โดยประมาณ $552 ล้านเป็นฝั่ง Long ขณะที่ฝั่ง Short มีเพียงราว $28 ล้าน

ฝั่ง Bitcoin ถูกล้างพอร์ตมากที่สุดประมาณ $189 ล้าน ตามด้วย Ethereum ที่ประมาณ $151 ล้าน และมีออร์เดอร์เดี่ยวขนาดใหญ่บน Bitget มูลค่ากว่า $21.5 ล้าน

ขณะเดียวกัน Open Interest ของ Bitcoin ลดลงจากมากกว่า $27 พันล้าน เหลือประมาณ $25.5 พันล้านในวันเดียว สะท้อนว่า Leverage ที่สะสมมาตลอดช่วงตลาดขึ้นถูกล้างออกไปจำนวนมาก

เงินเฟ้อ, Bond Yield และน้ำมัน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดร่วง

CoinDesk ระบุว่า ตัวเลข PPI (Producer Price Index) เดือนเมษายนของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 6% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมากังวลว่า Fed อาจยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว หรืออาจต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คิด

ในเวลาเดียวกัน US 10-Year Treasury Yield พุ่งทะลุ 4.5% ขณะที่ Bond Yield ระยะยาวของญี่ปุ่นและอังกฤษก็ปรับขึ้นแรงพร้อมกัน สะท้อนว่าตลาดพันธบัตรทั่วโลกเริ่มกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่

ด้านราคาน้ำมัน Brent ยังยืนเหนือ $105 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งผ่าน Strait of Hormuz

ทำไมฝั่ง Long ถึงโดนพร้อมกันเกือบหมด?

CoinDesk อ้างคำพูดของ Joel Kruger นักกลยุทธ์จาก LMAX ที่อธิบายว่า นี่เป็น “Snapback” แบบคลาสสิกของตลาดที่มี Leverage สะสมฝั่งเดียวมากเกินไป

เมื่อราคาปรับลงแรงจากปัจจัยมหาภาคนักลงทุนที่เปิด Long ด้วย Leverage สูงจะเริ่มถูกบังคับปิดสถานะต่อเนื่อง จนแรงขายยิ่งเร่งตัวขึ้นเป็นโดมิโน

รายงานเดียวกันยังระบุว่า S&P 500 ร่วง 1.2% ในวันเดียว ขณะที่ Philadelphia Semiconductor Index ดิ่งกว่า 4% สะท้อนว่า Bitcoin ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคอย่างชัดเจนในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องดอกเบี้ย

แนวรับต่อไปอยู่ตรงไหน?

CoinDesk รายงานว่า ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ว่า โซน $80,000 เป็นบริเวณที่มี Position จำนวนมากสะสมอยู่ และการหลุดต่ำกว่าระดับนี้เพิ่มความเสี่ยงที่ Bitcoin จะลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ $75,000–$77,000

หากแรงขายยังต่อเนื่องและ Macro ยังไม่ดีขึ้น ตลาดเริ่มมองว่าโอกาสเห็น Bitcoin กลับไปแถว $70,000 ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป


ผู้เขียนมองว่าการร่วงครั้งนี้ต่างจากการปรับฐานทั่วไป เพราะมีแรงกดดันจากปัจจัยมหาภาคหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด Bond Yield ที่พุ่ง และราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ราคา Bitcoin ที่ลดลง 3% แต่คือการที่ Open Interest หายไปกว่า $1.5 พันล้านในวันเดียว ซึ่งสะท้อนว่า Leverage ที่สะสมมาตลอดช่วงตลาดขึ้นถูกล้างออกไปจำนวนมาก หากสัปดาห์หน้า Bond Yield ยังขึ้นต่อและ Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น แนวรับ $75,000 อาจถูกทดสอบเร็วกว่าที่ตลาดคาด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: