สรุปข่าว
- Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy ชี้แจงว่าการยึดมั่นในหลัก “ไม่ขาย Bitcoin เด็ดขาด” อาจส่งผลเสียต่อมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทในระยะยาว
- Saylor และ CEO Phong Le ประกาศในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ว่าบริษัทเปิดกว้างสำหรับการขาย Bitcoin หากเป็นการเพิ่มมูลค่า “Bitcoin ต่อหุ้น” รวมถึงเพื่อจ่ายเงินปันผลหุ้น STRC และลดภาระหนี้
- Strategy ถือครอง Bitcoin ประมาณ 818,900 BTC และเตรียมไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยตลาดประเมินความเป็นไปได้ที่บริษัทจะขาย Bitcoin ไว้สูงถึง 94%
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ Strategy ซึ่งเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกส่งสัญญาณว่าอาจขาย Bitcoin เป็นปัจจัยกดดันด้านจิตวิทยาต่อตลาด เนื่องจาก “หลักไม่ขายเด็ดขาด” เคยเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ดึงดูดความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน หากมีการขายจริงแม้เพียงบางส่วน อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาและความเชื่อมั่นในตลาดได้
Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ได้ออกมาชี้แจงจุดยืนใหม่เกี่ยวกับการขาย Bitcoin โดยระบุว่าการยึดมั่นในหลัก “ไม่ขายเด็ดขาด” อาจส่งผลเสียต่อสินทรัพย์ที่บริษัทสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Cointelegraph การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการประชุมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่ง Saylor และ CEO Phong Le ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าบริษัทพิจารณาที่จะขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อบริหารภาระทางการเงิน Saylor ยังชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือ “ไม่เป็นผู้ขายสุทธิ” โดยหากต้องขาย จะตั้งเป้าซื้อคืนในอัตราส่วน 10 ถึง 20 BTC ต่อ 1 BTC ที่ขายออกไป
จาก “ไม่ขายเด็ดขาด” สู่การบริหารพอร์ตแบบยืดหยุ่น
Strategy เปรียบตัวเองกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริหารพอร์ตโฟลิโอเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุด ไม่ใช่แค่ถือสินทรัพย์นิ่งๆ Phong Le CEO ของบริษัทระบุว่าบริษัทเปิดกว้างสำหรับการขาย Bitcoin หากการขายนั้นช่วยเพิ่มมูลค่า “Bitcoin ต่อหุ้น” ไม่ว่าจะเพื่อนำเงินสดมาชำระหนี้ หรือเพื่อจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น STRC ซึ่งมีภาระเงินปันผลประจำปีอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีแผนซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมีโอกาสที่จะใช้เงินจากการขาย Bitcoin บางส่วนมาเป็นทุนในการดำเนินการ
สัญญาณเหล่านี้ดูเหมือนจะได้รับการยืนยันจากตลาดทำนายผล ซึ่งคาดการณ์ความเป็นไปได้สูงถึง 94% ที่ Strategy จะขาย Bitcoin ก่อนสิ้นปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่ Polymarket เคยประเมินไว้ที่เพียง 12% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขายที่จะเกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะละทิ้งกลยุทธ์สะสม Bitcoin แต่จะเป็นการบริหารพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภูมิหลังและแรงกดดันทางการเงินที่บีบให้ต้องปรับกลยุทธ์
Strategy รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 ส่วนใหญ่มาจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล 1.446 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง อันเป็นผลจากราคา Bitcoin ที่ลดลงในช่วงต้นปี ก่อนหน้านี้ในปี 2022 บริษัทยังเคยบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 918 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 และเมื่อต้นปี 2025 ก็บันทึกผลขาดทุนอีก 1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ด้วย แรงกดดันสะสมเหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทต้องปรับมุมมองต่อกลยุทธ์การถือครอง Bitcoin
แม้จะมีสัญญาณที่ดูขัดแย้งกัน Strategy ยังคงซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม 535 BTC มูลค่าประมาณ 43 ล้านดอลลาร์ในช่วงวันที่ 4-10 พฤษภาคม หลังจากที่มีการพูดคุยถึงการขายในการประชุมผลประกอบการ ปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 พฤษภาคม) บริษัทถือครอง Bitcoin อยู่ประมาณ 818,900 BTC ทำให้ยังเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกในกลุ่มบริษัทมหาชน
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด
การเปลี่ยนแปลงจุดยืนของ Strategy ในครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทถูกมองมาตลอดว่าเป็น “มือเพชร” (diamond hands) ของโลกสถาบัน หากบริษัทเริ่มขาย Bitcoin จริง แม้จะเป็นเพียงบางส่วนและมีเหตุผลทางการเงินรองรับ ก็อาจส่งผลต่อการรับรู้ของตลาดว่าแม้แต่ผู้ถือรายใหญ่ที่สุดยังมีขีดจำกัด นักลงทุนที่ซื้อหุ้น MSTR เพราะเชื่อมั่นในหลัก “ไม่ขายเด็ดขาด” อาจต้องทบทวนกลยุทธ์การลงทุนของตน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Strategy เตรียมไถ่ถอนหุ้นกู้ $1.5 พันล้าน อาจขาย Bitcoin ระดมทุน และ Saylor ส่งสัญญาณ Strategy อาจขาย Bitcoin จ่ายปันผลหุ้น STRC รวมถึง Polymarket ชี้มีโอกาส 12% ที่ Strategy จะเทขาย Bitcoin ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Saylor ต้องออกมาอธิบายเรื่องนี้ซ้ำหลายรอบ ตั้งแต่การประชุมไตรมาส 1 จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม บ่งบอกว่าตลาดยังไม่แน่ใจในทิศทางของบริษัท ประเด็นที่น่าจับตาคือบริษัทจะเริ่มขาย Bitcoin จริงหรือเปล่าในช่วงการไถ่ถอนหุ้นกู้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่จะมาถึง และหาก Strategy ขายออกมาจริงแม้เพียงไม่กี่พัน BTC ก็อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อความเชื่อมั่นในตลาดได้มากกว่าตัวเลขจริงที่ขาย เพราะมันจะพิสูจน์ว่าแม้ “เจ้าพ่อ Bitcoin” เองก็ยังต้องขายเมื่อถูกบีบทางการเงิน สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือราคา Bitcoin ในช่วง ณ วันที่บริษัทดำเนินการไถ่ถอนหุ้นกู้ และว่า Strategy จะเลือกใช้เส้นทางการขาย Bitcoin หรือหาแหล่งเงินทางอื่นแทน
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

