bitkub-banner

Saylor ส่งสัญญาณ Strategy อาจขาย Bitcoin จ่ายปันผลหุ้น STRC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor ส่งสัญญาณในการประชุมนักลงทุน Q1 2026 ว่า Strategy อาจขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC โดยระบุว่า “เราคงจะขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อจ่ายปันผล เพื่อส่งสัญญาณให้ตลาดรู้ว่าเราทำได้จริง”
  • ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 Strategy ถือครอง Bitcoin รวม 818,334 BTC คิดเป็น 3.9% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก และบริษัทประเมินว่ามีเงินปันผลเพียงพอรองรับนานถึง 43 ปี หาก Bitcoin ไม่เพิ่มมูลค่าเลย
  • ต้องจับตาว่า Strategy จะขาย Bitcoin จริงหรือไม่ และในปริมาณเท่าใด เพราะแม้ Saylor จะระบุว่าเป็นแค่การ “ส่งสัญญาณ” แต่การขายจากผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดในโลกย่อมกระทบความเชื่อมั่นของตลาด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

สัญญาณที่ Strategy อาจขาย Bitcoin เป็นข่าวที่กดดันตลาดในเชิงจิตวิทยา เนื่องจาก Strategy คือผู้ถือครอง Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในฝั่งองค์กร การขายแม้เพียงบางส่วนอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาได้โดยตรง นอกจากนี้ยังกระทบ “เรื่องเล่า” ที่ว่าสถาบันจะถือ Bitcoin ระยะยาวโดยไม่ขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนราคาช่วงที่ผ่านมา

เมื่อวันอังคารที่ 6 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย (5 พ.ค. 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ) ในระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ของ MicroStrategy ประธานบริหาร Michael Saylor ส่งสัญญาณชัดเจนที่สุดจนถึงปัจจุบันว่า บริษัทอาจขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อรองรับภาระการจ่ายเงินปันผล ตามรายงานจาก Coin Bureau Saylor กล่าวว่า “เราคงจะขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อจ่ายปันผล เพื่อ inoculate ตลาด เพื่อส่งสัญญาณว่าเราทำได้จริง” โดยชี้แจงว่าเงินปันผลดังกล่าวหมายถึงผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ประเภท STRC ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นสามัญ MSTR ที่ไม่เคยได้รับเงินปันผลเป็นประจำ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 Strategy ถือครอง Bitcoin รวม 818,334 BTC คิดเป็น 3.9% ของ Bitcoin ทั้งหมดในโลก

ขายเพื่อส่งสัญญาณ ไม่ใช่เพราะวิกฤต

สิ่งที่สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือถ้อยคำของ Saylor ไม่ได้บ่งชี้ว่า Strategy อยู่ในสถานการณ์วิกฤตทางการเงินจนต้องเทขาย Bitcoin เพื่อประทังชีวิต บริษัทระบุว่ามีเงินปันผลเพียงพอรองรับนานถึง 43 ปีหาก Bitcoin ไม่เพิ่มมูลค่าเลยแม้แต่ปีละ 0% และจุดคุ้มทุนที่ Bitcoin ต้องโตเพื่อให้จ่ายปันผลได้ตลอดไปนั้นอยู่ที่เพียง 2.3% ต่อปีเท่านั้น เจตนาจึงเป็นการ “ส่งสัญญาณ” ให้ตลาดเห็นว่า Strategy สามารถแปลง Bitcoin เป็นกระแสเงินสดจ่ายปันผลได้จริงหากต้องการ มากกว่าจะเป็นการระบาย Bitcoin ออกจากคลัง

อีกทั้งต้องแยกให้ชัดว่าการจ่ายปันผลที่กล่าวถึงนี้เกี่ยวข้องกับหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC เท่านั้น ซึ่ง MicroStrategy ปรับขึ้นอัตราปันผล STRC มาแล้วถึง 7 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มซื้อขายในเดือนก.ค. 2568 ล่าสุดอยู่ที่ 11.50% ต่อปี นอกจากนี้บริษัทยังเสนอให้เพิ่มความถี่การจ่ายปันผลจากรายเดือนเป็นกึ่งเดือน และกำลังรอผลการโหวตของผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 มิ.ย. 2026 ที่จะถึงนี้

ผลกระทบต่อตลาดและความเชื่อมั่น

แม้ปริมาณ Bitcoin ที่อาจขายจะไม่ได้ถูกระบุชัดเจน และ Saylor เน้นย้ำว่าเป็นแค่การส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์ แต่ตลาดคริปโตมักตอบสนองต่อ “สัญญาณ” จากผู้ถือครองรายใหญ่อย่าง Strategy ไม่น้อยกว่าการขายจริง ขณะนี้ Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว $81,171 ใกล้กับระดับสูงในรอบ 3 เดือน การที่ Strategy ซึ่งถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกในฝั่งองค์กรส่งสัญญาณว่าอาจขายนั้นอาจสั่นคลอนเรื่องเล่าของ “การสะสมไม่มีวันขาย” ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของราคาในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Polymarket ชี้มีโอกาส 12% ที่ Strategy จะเทขาย Bitcoin ภายในสิ้นปี 2026 และก่อนหน้านั้น Siam Blockchain ได้รายงานว่า Saylor ยืนยันปันผล STRC 11.5% ต่อเนื่อง นักวิเคราะห์เตือนผลตอบแทนสูงเกินอาจซ้ำรอย UST ของ Terra ซึ่งความเสี่ยงนี้ยังคงเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์จับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Siam Blockchain รายงานว่า Strategy หยุดซื้อ Bitcoin สัปดาห์นี้ Saylor ยันกลับมาซื้อสัปดาห์หน้า ซึ่งเมื่อรวมกับสัญญาณการขายครั้งนี้ ทำให้ทิศทางของ Strategy ในระยะสั้นน่าจับตายิ่งขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้อยคำของ Saylor ครั้งนี้น่าสนใจมากในเชิงจิตวิทยาตลาด ถึงแม้เขาจะบอกว่าเป็นแค่การ “ส่งสัญญาณ” ว่า Strategy ทำได้ ไม่ใช่แผนเทขายจริงจัง แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ Saylor พูดชัดเจนในที่สาธารณะว่าบริษัทพร้อมขาย Bitcoin ออกมา ซึ่งต่างจากภาษาที่เคยใช้อย่าง “ถือตลอดไป” หรือ “ซื้อเพิ่มทุกสัปดาห์” อย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รายงานการซื้อขายในสัปดาห์หน้า ว่า Strategy จะยังกว้านซื้อต่อเนื่องหรือเริ่มมีการขายออกมาบ้าง เพราะถ้าขายจริงแม้เพียงหลักพัน BTC ก็อาจกระทบความเชื่อมั่นตลาดได้มากกว่าตัวเลขที่เห็น

ที่มา: @coinbureau

เครดิตภาพจาก @JoyBella57033