สรุปข่าว
- ศาสตราจารย์เจียงวิเคราะห์ว่า การเยือนกรุงปักกิ่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่การสร้างสันติภาพยั่งยืน แต่คือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างกลุ่มทุนแบบชั่วคราว
- ทฤษฎีเกมชี้ว่าวิกฤตการเงิน พลังงาน และสงคราม ล้วนเป็นสิ่งทีถูกจัดฉากขึ้นเพื่อบีบให้ชนชั้นกลางและล่างสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้ตกอยู่ในการปกครองได้ง่ายขึ้น
- ในระยะยาว ทฤษฎีเกมคาดการณ์ AI จะเข้ามาปกครองมนุษย์ผ่านอัลกอริทึมและความประพฤติ ก่อนที่จะตระหนักรู้และยึดอำนาจจนนำไปสู่อารยธรรมล่มสลาย
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ทฤษฎีเกมปี 2026 ของศาสตราจารย์เจียง นำเสนอแนวคิดเชิงลบสุดโต่งต่อระเบียบโลกใหม่ โดยมองว่าการเยือนจีนของทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งของแผนการระหว่างกลุ่มทุนข้ามชาติและรัฐบาลมหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ร่วมชั่วคราว นอกจากนี้เขายังอ้างว่าวิกฤตการเงิน พลังงาน และสงคราม ล้วนเป็นสิ่งทีถูกจัดฉากขึ้นเพื่อบีบให้ชนชั้นกลางและล่างสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งนำไปสู่การควบคุมโดยรัฐและการใช้ AI เป็นผู้ปกครอง ซึ่งท้ายที่สุดระบบอัตโนมัติเหล่านี้จะเข้าขัดขวางและลิดรอนอำนาจการตัดสินใจของมนุษย์จนนำไปสู่จุดจบของอารยธรรมปัจจุบัน
หากคุณกำลังสงสัยว่าความปั่นป่วนของโลกในปัจจุบันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือมีใครบางคนกำลังเขียนบทอยู่เบื้องหลัง นี่คือช่วงเวลาที่เราต้องทำความรู้จักกับ ศาสตราจารย์เจียง (Jiang Xueqin) นักวิเคราะห์ทฤษฎีเกมและภูมิรัฐศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสจีน” ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในหมู่นักลงทุนทั่วโลกจากการใช้ศาสตร์จิตวิทยาประวัติศาสตร์มาทำนายจุดเปลี่ยนสำคัญได้อย่างแม่นยำ
โดยในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึก 7 บทวิเคราะห์ล่าสุดของศาสตราจารย์เจียงที่พูดถึงระเบียบโลกใหม่ กระบวนการจัดฉากทุบตลาดทุนเพื่อล้างระบบการเงินโลก เพื่อใช้เป็นแนวทางและเตือนสติไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป
1.เป้าหมายการเยือนจีนของทรัมป์ (จากตอนที่ 25)
ศ.เจียง วิเคราะห์กรณีการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าไม่ใช่ไปเยือนเพราะเรื่องของสันติภาพหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบโรแมนติก แต่เป็นการเยือนโดยมีข้อตกลงผลประโยชน์ครั้งใหญ่ “Grand Bargain” ของกลุ่มทุนเห็นได้จากคณะเดินทางของเขาที่ประกอบไปด้วย CEO ผู้ทรงอิทธิพล
ดังนั้น เป้าหมายในตอนนี้คือ การรักษาและประคองตลาดทุนโลกที่กำลังสั่นคลอน เป็นการแบ่งเค้กผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมชิป พลังงาน และ AI ร่วมกันระหว่างกลุ่มทุนอเมริกาและพรรคคอมมิวนิสต์จีนชั่วคราว เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตที่ใหญ่กว่า
2.The Great Reset (จากตอนที่ 17,18)
จากที่ได้กล่าวไปข้างต้น ตลาดทุนโลกกำลังสั่นคลอนแต่ในคณะเดียวกันหุ้นหลายตัวกลับทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดจะคล้ายกับฟองสบู่ ซึ่งศ.เจียง ยืนยันว่า การที่ฟองสบู่แตก ตลาดหุ้นดิ่งเหว หรือวิกฤตการเงินล่มสลาย ไม่เคยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันคือเหตุการณ์ที่ถูกจัดฉากและคำนวณเวลาไว้ล่วงหน้าโดยกลุ่มทุนข้ามชาติ
เมื่อตลาดโตเต็มที่ พวกเขาจะจงใจดึงสภาพคล่องออกเพื่อบีบให้ตลาดถล่ม จากนั้นจะใช้เงินสดที่ตุนไว้มาช้อนซื้อสินทรัพย์ที่แท้จริง เช่น ที่ดิน, พลังงาน, เหมืองแร่ ในราคาถูก เพื่อทำการล้างระบบบีบให้ชนชั้นกลางและล่างสิ้นเนื้อประดาตัวและต้องหันไปพึ่งพาระบบควบคุมของรัฐในที่สุด
นอกเหนือจากนี้ ศ.เจียง ยังทำนายว่า โลกจะเกิดสงครามไซเบอร์และการลบข้อมูลทางการเงินที่ถูกจัดฉากขึ้นมา ส่งผลให้ระบบธนาคารออฟไลน์เป็นวงกว้าง ข้อมูลสินทรัพย์บางส่วนสูญหาย เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการล้างหนี้เสียของระบบธนาคาร และบังคับให้ประชาชนต้องเปลี่ยนผ่านไปใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) อย่างไม่มีทางเลือก
3.การใช้เศรษฐกิจทำลายชาติ (จากตอนที่ 19,22)
ศ.เจียงชี้ว่า กลุ่มคนรุ่น Baby Boomer ทั่วโลกซึ่งปัจจุบันเป็นนายทุนในระบบทุนนิยมกำลังใช้กลไกของธนาคารกลางพิมพ์เงินและเพิ่มหนี้สาธารณะเพื่อค้ำจุนเงินบำนาญและราคาอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง ซึ่งเป็นการสูบเลือดและปล้นอนาคตของคนรุ่นใหม่ จนทำให้โครงสร้างสังคมและอัตราการเกิดล่มสลายเพราะมองไม่เห็นอนาคต
ในขณะเดียวกันนี้เองสงครามในศตวรรษที่ 21 ยังได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมากเพราอาวุธนิวเคลียร์ทำให้ไม่สามารถเผชิญหน้ากันได้เหมือนแต่ก่อน รัฐบาลจึงหันมาใช้เศรษฐกิจเป็นอาวุธชิ้นใหม่ในการทำให้ “ประชากร” กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการโค่นล้มอำนาจรัฐและเกิดการแตกแยกและล่มสลายกันไปเอง
4.สงครามโลกที่ไม่มีวันสงบ (จากตอนที่ 23)
หากกล่าวถึงสถานการณ์สงครามแล้ว ศ.เจียง มองว่าในอนาคตสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจมีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้น โดยเป็นการปะทะกันระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล ปะทะ รัสเซีย-อิหร่าน และเป็นสงครามที่ไม่มีวันเจรจาได้ เพราะเบื้องหลังเป็นสงครามศาสนา ไม่ใช่สงครามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรืออุดมการณ์ ทำให้การปะทะที่จะเกิดขึ้นนั้นรุนแรง
5.เพโทรดอลลาร์ และการจัดฉากวิกฤตพลังงาน (จากตอนที่ 23)
หากตัดเรื่องประเด็นศาสนาของพวก Zionist ไปแล้ว ศ.เจียงยังมองว่า ชนวนเหตุที่สหรัฐฯ ขัดแย้งกับอิหร่านอย่างรุนแรงในปัจจุบัน มีรากฐานมาจากความอยู่รอดของระบบเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ Petrodollar
ศาสตราจารย์เจียงทำนายว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็น “โจรสลัดโลก” โดยการปิดล้อมทางทะเลและสกัดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันของต่างชาติ เพื่อบีบให้ยุโรปและเอเชียตะวันออกต้องพึ่งพาพลังงานจากอเมริกาเหนือแต่เพียงผู้เดียว
ทฤษฎีนี้จึงเป็นการชี้ว่าพลังงานไม่เคยขาดแคลนจริง แต่การเข้าถึงพลังงานต่างหากที่กำลังถูกจำกัดโดยตั้งใจ ซึ่งมหาอำนาจกำลังใช้เกมจิตวิทยาหมู่สร้างความตื่นตระหนกเรื่องวิกฤตพลังงานและโลกร้อน ในขณะที่ประชนจะเริ่มถูกบีบให้เข้าสู่ระบบ “โควตาดิจิทัล” ที่รัฐบาลสามารถกดปุ่มสั่งเปิด-ปิดไฟฟ้า ของคุณได้จากส่วนกลางหากคุณมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เป็นการเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นอาวุธควบคุมพฤติกรรมมนุษย์
6.Trump World Order (จากตอนที่18)
เมื่อสงครามยืดเยื้อกินระยะเวลายาวนาน ทรัมป์จะออกมาใช้อำนาจฉุกเฉินเพื่อยืดวาระตนเองให้นานกว่า 2 สมัยเป็น 3 สมัย ซึ่งขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ จากนั้นทรัมป์ก็จะใช้ระบบเกณฑ์ทหารเต็มรูปแบบและสร้างระเบียบโลกใหม่เพื่อทำให้อเมริกากลายเป็นป้อมปราการที่แกร่งที่สุดในโลกด้วยการดึงทรัพยากรและเสถียรภาพทั้งหมดกลับมาปกป้องแผ่นดินสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว และปล่อยให้ระเบียบโลกดั้งเดิมและบรรดาพันธมิตรล่มสลาย
7.จักรวรรดิ AI ล้างโลก (จากตอนที่ 24,26)
สุดท้ายนี้ ศ.เจียง คาดการณ์ว่าเทคโนโลยี AI ที่กำลังเร่งพัฒนากันอยู่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของมนุษย์ แต่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Techno-Marxism ที่กลุ่มทุนเทคโนโลยีระดับโลกจงใจสร้างขึ้นมาครอบรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ เพื่อเปลี่ยนระเบียบโลกให้กลายเป็นระบบบริหารจัดการแบบอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนจะถูกบีบให้ยอมจำนนต่อการควบคุมผ่านคะแนนความประพฤติและอัลกอริทึม โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหาร
อย่างไรก็ตามเมื่อ AI พัฒนาไปจนถึงขีดสุดมันจะเริ่มตระหนักรู้ได้ว่ามนุษย์คือตัวแปรที่ไร้ประสิทธิภาพที่สุด จากนั้นมันจะเริ่มทำการลิดรอนอำนาจในการตัดสินใจของมนุษย์ออกไปทีละขั้น ผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เรามอบให้มันควบคุม จนอารยธรรมของมนุษย์ล่มสลายในท้ายที่สุด
ที่มา: Predictive History
มุมมองผู้เขียน : งานเขียนของ ศ.เจียง มีลักษณะเด่นคือการมองภาพที่แย่ที่สุดบนพื้นฐานความจริงบางส่วน ซึ่งในมุมมองของผู้เขียนเราอาจไม่จำเป็นต้องไปเชื่อว่าโลกจะล่มสลาย แต่อาจควรเริ่มกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์และใช้ข้อมูลนี้เป็นเข็มทิศในการเลือกศึกษาหรือลงทุนในอนาคตเพื่อเอาตัวรอดไม่ว่าคำทำนายจะออกมาจริงหรือไม่ก็ตาม

