bitkub-banner

เอกสารลับเผยกลุ่ม Telegram ‘Bryce’s Secret’ ช่วย Jane Street เทรดก่อน Terra ล่ม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เอกสารทางกฎหมายที่ถูกเปิดผนึกใหม่เปิดเผยรายละเอียดกลุ่ม Telegram ชื่อ ‘Bryce’s Secret’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลภายในแก่บริษัทเทรด Jane Street ก่อนการล่มสลายของ Terra/UST ในปี 2565
  • Bryce Pratt อดีตนักศึกษาฝึกงานของ Terraform Labs ซึ่งต่อมาเข้าทำงานที่ Jane Street ถูกกล่าวหาว่าสร้างกลุ่มแชทดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะจากอดีตเพื่อนร่วมงาน
  • Jane Street ยื่นคำร้องขอให้ยกฟ้องในเดือนเมษายน 2569 โดยโต้แย้งว่าการซื้อขายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลถูกเปิดเผยสู่สาธารณะแล้ว คดีนี้ยังต้องติดตามต่อในชั้นศาล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ข่าวการเปิดเผยเอกสารคดีซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายในที่เชื่อมโยงกับการล่มสลายของ Terra/UST ตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบของตลาดคริปโตในสายตานักลงทุนสถาบัน การที่บริษัทเทรดขนาดใหญ่ถูกเชื่อมโยงกับพฤติกรรมไม่โปร่งใสอาจกระทบความเชื่อมั่นในระยะสั้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตจะยังจำกัดเนื่องจากคดีนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk เอกสารทางกฎหมายที่ถูกเปิดผนึกใหม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มแชท Telegram ส่วนตัวชื่อ ‘Bryce’s Secret’ ซึ่งอยู่กลางข้อกล่าวหาว่าบริษัทเทรดชั้นนำอย่าง Jane Street ใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายก่อนการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra/UST ในเดือนพฤษภาคม 2565 ผู้ดูแลการล้มละลายของ Terraform Labs ชื่อ Todd R. Snyder ได้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตันเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีจำเลยหลักคือ Jane Street Group, Jane Street Capital รวมถึงพนักงาน Bryce Pratt และ Michael Huang และผู้ร่วมก่อตั้ง Robert Granieri การรายงานในวันนี้ทำให้สาธารณชนได้รับทราบรายละเอียดเนื้อหาของเอกสารเหล่านั้นอย่างกว้างขวางมากขึ้น

กลุ่ม ‘Bryce’s Secret’ คืออะไร และเชื่อมโยงกับ Terra อย่างไร

ตามเอกสารการฟ้องร้อง Bryce Pratt เคยเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ Terraform Labs ในช่วงฤดูร้อนปี 2564 ก่อนจะเข้าทำงานเต็มเวลาที่ Jane Street ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน โดยถูกกล่าวหาว่าสร้างกลุ่ม Telegram ส่วนตัวชื่อ ‘Bryce’s Secret’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญและยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะจากอดีตเพื่อนร่วมงานที่ Terraform Labs ซึ่งรวมถึงวิศวกรซอฟต์แวร์และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัท

จุดที่ถูกจับตามองมากที่สุดในคดีนี้คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 เมื่อ Terraform Labs ถอนเงิน 150 ล้าน TerraUSD (UST) ออกจากแหล่งรวมสภาพคล่อง Curve3pool โดยไม่มีการแจ้งเตือนสาธารณะ และภายใน 10 นาทีหลังจากนั้น กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับ Jane Street ถูกกล่าวหาว่าได้ถอน UST ออกจากแหล่งรวมเดียวกันอีกถึง 85 ล้านดอลลาร์ การฟ้องร้องระบุว่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำเช่นนี้ “ไม่น่าจะเป็นไปได้หากไม่มีข้อมูลภายใน” โดย Jane Street ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงการขาดทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์และยังทำกำไรได้จากการล่มสลายของ Terra ในครั้งนั้น

Jane Street โต้แย้ง และคดียังไม่จบ

Jane Street ไม่ได้นิ่งเฉยต่อข้อกล่าวหา โดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ยกฟ้องคดี พร้อมอ้างว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริง และมองว่าคดีนี้เป็นความพยายามของ Terraform Labs ในการโยนความรับผิดชอบออกจากการฉ้อโกงที่พวกเขาก่อขึ้นเอง ฝ่าย Jane Street ยังโต้แย้งว่าการขาย UST จำนวน 85 ล้านดอลลาร์ในวันดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานะของ UST ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และยืนยันว่าการย้ายไปยังแหล่งรวมสภาพคล่องใหม่ได้รับการประกาศล่วงหน้าหลายสัปดาห์

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการฟ้องร้องที่กว้างขึ้นจาก Terraform Labs ในชั้นการล้มละลาย เมื่อเดือนธันวาคม 2568 Todd Snyder ยังได้ยื่นฟ้อง Jump Trading เรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านดอลลาร์ ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ Terra เช่นกัน ขณะที่ Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ได้รับโทษจำคุก 15 ปีหลังจากรับสารภาพในข้อหาฉ้อโกงในเดือนเดียวกัน ส่วนในเดือนกรกฎาคม 2568 หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ของอินเดีย (SEBI) ก็ได้สั่งห้าม Jane Street ทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์อินเดียด้วยข้อหาบิดเบือนดัชนีในระยะเวลากว่าสองปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทนี้กำลังเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายในหลายแนวรบพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดี ‘Bryce’s Secret’ นี้น่าสนใจมากในแง่ที่มันเชื่อมโยงพฤติกรรมของอดีตพนักงานฝึกงานกับการเคลื่อนไหวของบริษัทเทรดระดับโลก ถ้าข้อกล่าวหาเป็นความจริง มันก็ชี้ให้เห็นว่าช่องโหว่ด้านข้อมูลในระบบคริปโตยุคนั้นยังมีอยู่มาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้มันยังเป็นแค่ข้อกล่าวหา ศาลยังไม่ตัดสิน และ Jane Street ก็มีข้อโต้แย้งที่ฟังขึ้นในบางจุด สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือว่าคำร้องขอยกฟ้องของ Jane Street จะได้รับการพิจารณาอย่างไร และรายละเอียดในเอกสารที่ยังถูกปิดบังอยู่จะถูกเปิดเผยอีกมากน้อยแค่ไหนในกระบวนการพิจารณาคดี สำหรับวงการคริปโตในภาพรวม คดีแบบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าธรรมาภิบาลของข้อมูลภายในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ DeFi และ stablecoin ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องการกฎกติกาที่ชัดเจนกว่าเดิมมาก

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI