สรุปข่าว
- ETH ดิ่งลง 4.07% แตะ $2,034.15 ในวันที่ 23 พ.ค. โดยราคาหลุดระดับจิตวิทยา $2,100 และเข้าใกล้ฐานของกรอบการแกว่งตัว 14 สัปดาห์ที่บริเวณ $1,940
- ข้อมูลออนเชนชี้ให้เห็นการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินรายใหญ่ไปยังเว็บกระดานเทรดก่อนราคาจะร่วง สอดคล้องกับแรงขายที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ บ่งชี้ว่าการร่วงรอบนี้มีแรงขายจริงหนุนหลัง ไม่ใช่แค่ความผันผวนปกติ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ ETH หลุดระดับ $2,100 และเข้าใกล้ฐานของกรอบ $1,940 ภายใต้แรงขายจากเจ้ามือถือเป็นสัญญาณเชิงลบ หากกรอบล่างถูกทดสอบและไม่สามารถดีดตัวกลับได้ แรงขายอาจขยายตัวออกไปอีก ท่ามกลางภาพรวมขาลงที่ดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 9 เดือน
ราคา Ethereum (ETH) ดิ่งลงกว่า 4.07% ในวันที่ 23 พ.ค. 2569 แตะระดับ $2,034.15 หลังจากเปิดตัวแถว $2,132 และร่วงต่อเนื่องตลอดช่วงซื้อขาย โดยจุดต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $2,036.4 ซึ่งถือเป็นการหลุดระดับจิตวิทยา $2,100 อย่างชัดเจน และทำให้ ETH เข้าใกล้ฐานของกรอบการแกว่งตัว 14 สัปดาห์ที่บริเวณ $1,940 มากที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

มูลค่าตลาดรวมของ ETH ลดลงมาอยู่ที่ 2.46 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขปริมาณที่สูงกว่าปกติในวันที่ราคาร่วงนี้เป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์ออนเชนหลายรายให้ความสนใจ เพราะมันมักบ่งชี้ว่ามีผู้เล่นรายใหญ่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้
เจ้ามือกำลังทำอะไรอยู่ สัญญาณจากออนเชน
ข้อมูลออนเชนในช่วง 48-72 ชั่วโมงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นรูปแบบที่น่าจับตา กระเป๋าเงินขนาดใหญ่หลายแห่งที่นิ่งมาเป็นสัปดาห์เริ่มส่ง ETH ไปยังเว็บกระดานเทรดชั้นนำในปริมาณที่ผิดปกติ ซึ่งโดยทั่วไปการโอน ETH เข้ากระดานเทรดมักถูกตีความว่าผู้ถือกำลังเตรียมขาย ไม่ใช่สะสม
ที่น่าสังเกตคือการเคลื่อนไหวเหล่านี้เริ่มต้นขึ้นก่อนที่ราคาจะร่วงหนักในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นลักษณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเรียกว่า “การวางตำแหน่งล่วงหน้า” อย่างไรก็ตาม ก็มีมุมมองสวนกระแสที่บอกว่าการโอนเข้ากระดานบางส่วนอาจเป็นแค่การบริหารสภาพคล่อง ไม่ใช่แรงขายตรงๆ เสมอไป คำถามที่ตลาดกำลังถกเถียงกันคือ นี่คือการ “ล้วงสภาพคล่อง” เพื่อดักซื้อของถูก หรือเป็นการเทขายจริงๆ จากรายใหญ่ที่มองว่า ETH ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด
บริบทสำคัญที่ต้องระลึกถึงคือ ETH ยังอยู่ในวัฏจักรขาลงระยะยาวที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยราคาเคยพุ่งสูงสุดใกล้ $4,829 ในช่วงสิงหาคม 2568 ก่อนจะร่วงมาสูญเสียมูลค่าไปกว่า 57% จากจุดสูงสุด นักลงทุนรายใหญ่ที่ซื้อมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจึงยังแบกต้นทุนอยู่สูง และการตัดสินใจลดพอร์ตในจังหวะที่ราคาฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบโซน $2,370 แล้วล้มเหลวนั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลจากมุมมองการบริหารความเสี่ยง
เงินไหลเข้า-ออกกระดานเทรด อ่านสัญญาณให้ออก
การวิเคราะห์การไหลของเงินเข้า-ออกจากเว็บกระดานเทรดในช่วงนี้ให้ภาพที่ซับซ้อนกว่าที่คิด ฝั่งหนึ่ง ETH ไหลเข้ากระดานในปริมาณสูงสอดคล้องกับแรงขายที่กดราคาลง แต่อีกฝั่งหนึ่ง สเตเบิลคอยน์บางส่วนก็ยังไหลเข้ากระดานเช่นกัน ซึ่งอาจหมายความว่ายังมีกลุ่มที่รอจังหวะเข้าซื้อในโซนที่ถูกลงอยู่
ในด้านมหภาค ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งสัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระแสเงินเข้า ETF คริปโตที่แกว่งไปมาในช่วงนี้ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนพอที่จะพลิกแรงขายได้ ทั้งหมดนี้สร้างบรรยากาศที่เอื้อให้เจ้ามือสามารถกดราคาลงได้โดยใช้แรงขายที่ค่อนข้างจำกัด เพราะแรงซื้อจากรายย่อยก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ
นักลงทุนรายย่อยควรอ่านสัญญาณนี้ว่าอย่างไร
พฤติกรรมของเจ้ามือในรอบนี้ส่งสัญญาณที่นักลงทุนรายย่อยควรติดตามอย่างใกล้ชิด ประการแรก การที่ราคาหลุดระดับ $2,100 พร้อมกับปริมาณซื้อขายสูงถือเป็นการยืนยันแรงขาย ไม่ใช่แค่การย่อตัวปกติ ประการที่สอง ETH ยังอยู่ในกรอบ $1,940-$2,370 ที่ถูก Sideway มา 14 สัปดาห์ ดังนั้นการดิ่งลงในครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นการทำลายกรอบ แต่กำลังทดสอบความแข็งแกร่งของฝั่งผู้ซื้อที่บริเวณล่างของกรอบ
สิ่งที่น่ากังวลกว่าในระยะยาวคือภาพ Technical ที่แสดงให้เห็นลักษณะ “Lower Highs Lower Lows” ต่อเนื่องตั้งแต่จุดสูงสุดในปี 2568 ETH ปฏิเสธโซน $2,370 เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมและกำลังทยอยไหลลงมาเรื่อยๆ รูปแบบนี้ไม่ได้บ่งชี้การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง และการที่เจ้ามือเลือกเทขายในช่วงที่ตลาดยังไม่มีแรงซื้อสนับสนุนจากรายย่อย ยิ่งทำให้ภาพรวมดูซับซ้อนขึ้นสำหรับผู้ถือ ETH ในช่วงนี้
ความเห็นผู้เขียน
ผมมองว่าการร่วงรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าการปรับตัวปกติภายในกรอบ เพราะมันมาพร้อมกับปริมาณที่สูง และเกิดขึ้นหลังจากที่ ETH ล้มเหลวในการทดสอบโซน $2,370 อีกครั้งเมื่อกลางเดือน สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ว่าราคาจะดีดกลับหรือไม่ แต่คือ “แรงซื้อที่ฐานของกรอบจะมาจากไหน” ถ้าเจ้ามือที่ขายออกมาไม่ได้ตั้งใจซื้อกลับในโซนต่ำ แรงซื้อก็ต้องมาจากรายย่อยหรือสถาบันใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมจะเข้าในโซนนี้
สิ่งที่ผมจะจับตาดูในวันถัดจากนี้คือพฤติกรรมออนเชนของกระเป๋าเงินรายใหญ่ว่าจะยังคงส่ง ETH เข้ากระดานต่อเนื่องหรือหยุด และกระแสเงินเข้า ETF ว่าจะเริ่มฟื้นตัวหรือยังซบเซา ทั้งสองสัญญาณนี้น่าจะบอกได้ดีกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียวว่าตลาด ETH กำลังมุ่งหน้าไปทิศไหนจากจุดนี้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

