สรุปข่าว
- Hyperliquid เปิดตัวตลาดทายผลเหตุการณ์จริง (Prediction Markets) ขยายตัวเองเกินกว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มฟิวเจอร์ส มุ่งสู่การเป็น Onchain Superapp
- ตลาดแรกที่เปิดให้เทรดคือ การทายผลตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) เดือนพฤษภาคม สร้างปริมาณการซื้อขายกว่า 10,300 ดอลลาร์และ Open Interest กว่า 12,800 ดอลลาร์ ภายใน 12 ชั่วโมงแรก
- โทเคน HYPE พุ่งขึ้นติด Top 10 ตามมูลค่าตลาดรวม แซงขึ้นมาอยู่รองจาก Dogecoin หลังข่าวการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่นี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การขยายตัวเป็น Superapp พร้อมตลาดทายผลที่ไม่ต้องพึ่งออราเคิลภายนอกเป็นสัญญาณบวกต่อ HYPE เพราะดึงดูดผู้ใช้ใหม่และปริมาณการซื้อขายจากนอกวงฟิวเจอร์ส อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะสั้นอาจจำกัดเนื่องจากตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Hyperliquid แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ ได้เปิดตัวตลาดทายผลเหตุการณ์โลกจริง (Canonical Prediction Markets) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการขยายขอบเขตธุรกิจออกไปนอกเหนือจากการเป็นแพลตฟอร์มฟิวเจอร์สแบบเดิม มุ่งไปสู่การเป็น Onchain Superapp ที่ครบวงจร ผลจากการประกาศดังกล่าวทำให้โทเคน HYPE พุ่งขึ้นมาติด Top 10 ตามมูลค่าตลาดรวม อยู่รองจาก Dogecoin เพียงเหรียญเดียว
HIP-4 และกลไกตลาดทายผลที่ไม่ต้องพึ่งออราเคิล
ตลาดทายผลของ Hyperliquid ขับเคลื่อนด้วยการอัปเกรดโปรโตคอล HIP-4 ซึ่งให้อำนาจ Validator ของเครือข่ายเป็นผู้กำหนดการเปิดและปิดตลาด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาออราเคิลภายนอก Validator จะโหวตเพื่ออนุมัติการสร้างตลาดแต่ละแห่งตามเกณฑ์ความชัดเจนและความถูกต้องของเหตุการณ์ที่จะทาย และสัญญาจะชำระที่ 0 หรือ 1 ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์จริงที่เกิดขึ้น
จุดแตกต่างสำคัญจากแพลตฟอร์มทายผลอื่นคือระบบของ Hyperliquid กำหนดให้สัญญาทุกตัวต้องค้ำประกันเต็มจำนวนด้วย Stablecoin USDH ทำให้ไม่มีการล้างพอร์ต ไม่มี Margin Call และไม่มีการปิดสัญญาบังคับ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ใช้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย HIP-4 เริ่มได้รับการสนับสนุนจากทีม HyperCore ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ด้วยตลาดทดสอบที่ผูกกับราคา Bitcoin
เริ่มจากการทาย CPI สหรัฐฯ สู่ Superapp เป้าหมายตลาด 600 ล้านล้านดอลลาร์
ตลาดทายผลแรกที่เปิดให้ซื้อขายจริงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คือการทายตัวเลขเงินเฟ้อ CPI รายปีของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม โดยสามารถสร้างปริมาณการซื้อขายได้กว่า 10,300 ดอลลาร์ และ Open Interest สูงถึง 12,800 ดอลลาร์ภายใน 12 ชั่วโมงแรกของการเปิดตลาด ถือว่ามีพลังงานการซื้อขายที่ดีสำหรับตลาดใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise เคยระบุว่า Hyperliquid คือ “Super-app” ที่ตั้งเป้าหมายตลาดสินทรัพย์โลกมูลค่า 600 ล้านล้านดอลลาร์ ไม่ใช่แค่ตลาดคริปโต และการเพิ่มตลาดทายผลก็สอดคล้องกับทิศทางดังกล่าว โดย Hyperliquid ได้ขยายสินทรัพย์ให้รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ ฟิวเจอร์ส S&P 500 และหุ้น Pre-IPO มาก่อนแล้ว ปัจจุบันแพลตฟอร์มมี TVL รวมอยู่ที่ 5,530 ล้านดอลลาร์ และมีค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ที่ 669.62 ล้านดอลลาร์ โดย 99% ถูกนำไปซื้อคืนโทเคน HYPE ผ่านกองทุน Assistance Fund
HYPE ขยับติด Top 10 ตลาดคริปโตโลก
ในแง่ของตลาด โทเคน HYPE ได้รับแรงหนุนจากข่าวการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ และพุ่งขึ้นมาติด Top 10 ตามมูลค่าตลาดรวม โดยอยู่ในอันดับรองจาก Dogecoin เพียงเหรียญเดียว นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนมองเชิงบวกต่อทิศทางการเติบโตของแพลตฟอร์ม ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง HYPE ETF ดึงดูดเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนเทขาย ETF ของ BTC และ ETH ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสความสนใจในโทเคน HYPE กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเปิดตลาดทายผลของ Hyperliquid ครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าที่ตัวเลขแรกๆ จะบอก เพราะมันไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของแพลตฟอร์ม การไม่ต้องพึ่งออราเคิลภายนอกและการค้ำประกันเต็มจำนวนด้วย USDH ทำให้โมเดลนี้ดูปลอดภัยกว่า Polymarket ในแง่โครงสร้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือว่าปริมาณการซื้อขายจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่หลังจากกระแสความตื่นเต้นช่วงแรกจางหาย และ Validator ที่ควบคุมการเปิดปิดตลาดจะรักษาความเป็นกลางได้แค่ไหน เรื่องธรรมาภิบาลตรงนี้สำคัญมากถ้า Hyperliquid จะก้าวไปเป็น Superapp จริงๆ
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

