bitkub-banner

Bitkub ติดโผรายชื่อบริษัทอาเซียน จ่อคิวทำ IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกงปี 2026 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สื่อจีนรายงานว่าปี 2026 กลายเป็น Southeast Asia Moment เมื่อบริษัทดาวรุ่งจากอาเซียนต่างหลั่งไหลนำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขาย IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกง
  • Bitkub แพลตฟอร์มคริปโทฯ อันดับหนึ่งของไทย และ Minor Food ผู้อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ ถูกเปิดเผยว่าเป็น 2 บริษัทไทยที่จะ IPO ในเร็วๆนี้
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนฮ่องกงต่อหุ้นอาเซียนอยู่ในระดับสูงมาก สะท้อนจากเคสความสำเร็จของ BBSB ที่ราคาพุ่งแรงกว่า 400% ในวันแรก แม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

บทความจากสื่อจีน Xiaguangshe เผยให้เห็นทิศทางของตลาดทุนในปี 2026 ว่าตลาดหุ้นฮ่องกงกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการระดมทุนที่เนื้อหอมที่สุดสำหรับบริษัทในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศไทยมี 2 ตัวแทนสำคัญที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก ได้แก่ Bitkub ผู้นำกระดานเทรดคริปโทฯ และ Minor Food ยักษ์ใหญ่ด้านแฟรนไชส์อาหาร ซึ่งกระแสตอบรับของนักลงทุนฮ่องกงต่อหุ้นกลุ่มอาเซียนนั้นถือว่าร้อนแรงเป็นประวัติศาสตร์ 

Xiaguangshe สื่อข่าวจากประเทศจีนเพิ่งตีพิมพ์บทความที่น่าสนใจว่า ทำไมปี 2026 นี้ถึงกลายเป็นปีที่บรรดาบริษัทจากภูมิภาคอาเซียน ต่างพากันตบเท้าเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์กันอย่างคึกคัก 

รายงานระบุว่า บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมองตลาดฮ่องกงเป็นหมุดหมายแรกในการขยายธุรกิจสู่สากล และที่น่าจับตามองที่สุดคือ มีรายชื่อของบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศไทยรวมอยู่ในโผรายชื่อการเตรียมเข้าตลาดครั้งนี้ด้วย 

ชื่อแรก หลายคนอาจจะได้ยินข่าวลือกันมาบ้างแล้วอย่าง Bitkub กระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งของไทย แม้ตอนนี้จะยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัด แต่การไปปรากฏอยู่บนสื่อจีนก็ถือเป็นการยืนยันว่าแผน IPO นี้มีอยู่จริงและแค่รอเวลาเท่านั้น 

ข้อมูลยังเผยอีกว่า Bitkub ตั้งเป้าระดมทุนสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ โดยตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ไทยไปยังตลาดฮ่องกงแทน ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากภาวะตลาดหุ้นในประเทศที่ยังคงซบเซา 

นอกจากนี้ยังมี Minor Food อีกหนึ่งเครือบริษัทสัญชาติไทยที่เตรียมขยายไปสู่ตลาดฮ่องกงเช่นกัน ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ร้านอาหารที่คนไทยรู้จักกันดี อย่างSwensens, Burger King, Sizzler และ The Pizza Company  

IPO Boom

การรุกเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง นอกจากจะเป็นการทำให้แบรนด์ของตนเป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศแล้ว ยังจะสามารถช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติให้ไหลเข้ามาได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย 

รายงานได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของ BBSB บริษัทรับเหมาก่อสร้างจากมาเลเซีย ที่ได้อานิสงส์จากการเข้าตลาดฮ่องกงไปเต็มๆ โดยราคาหุ้นบริษัทพุ่งทะยานไปถึง 400% จากราคาเปิดตัว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เบอร์ต้นๆ ของประเทศก็ตาม 

ขณะเดียวกัน ทั้ง Mirxes บริษัทเทคโนโลยี RNA จากสิงคโปร์ และ IFBH เจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าว IF ของไทย ต่างก็เปิดตัวในวันแรกได้อย่างสวยงาม โดยราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทดีดตัวขึ้นไป 27.9% และ 42.09% ตามลำดับ 

สิ่งนี้หมายความว่าหากกระแส IPO หุ้นจากประเทศแถบอาเซียนยังไม่แผ่วลง และเศรษฐกิจโลกยังไม่เกิดฟองสบู่ สองตัวแทนจากไทยที่กำลังรอคิวเข้าตลาดก็มีโอกาสที่มูลค่าบริษัทจะพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดได้เช่นกัน 

ในขณะที่รายงาน KUB coin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับราคา 28.19 บาท เพิ่มขึ้น 2.4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ที่มา:  Xiaguangshe


มุมมองผู้เขียน : สำหรับเคสของ Bitkub การไปฮ่องกงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุน แต่เป็นเรื่องของศักยภาพในการขยายตัวเนื่องจากฮ่องกงได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนและเปิดรับเว็บเทรดคริปโทฯ อย่างถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ การที่ Bitkub สามารถผ่านเกณฑ์ IPO ที่เข้มงวดของ HKEX ได้ จะเปรียบเสมือนการได้รับรองมาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในประเทศ และเป็นแรงส่งให้เหรียญประจำเชนอย่าง KUB Coin มีเสถียรภาพและพื้นที่การใช้งานที่กว้างขวางขึ้นในระดับภูมิภาค