bitkub-banner

Digital Chamber ปกป้อง OCC ปมใบอนุญาต Trust Bank ของ Coinbase, Ripple, Circle

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Digital Chamber ส่งจดหมายถึง OCC เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 ขอให้หน่วยงานยืนหยัดปกป้องการอนุมัติใบอนุญาตธนาคาร Trust แห่งชาติให้กับบริษัทคริปโต รวมถึง Coinbase, Ripple, Circle และ BitGo
  • วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ท้าทายการอนุมัติดังกล่าวผ่านจดหมายที่ส่งถึง OCC เมื่อวันที่ 18-19 พ.ค. โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ทำธุรกิจเกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตและพยายามหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลเหมือนธนาคารทั่วไป
  • ต้องจับตาดูว่า OCC จะตอบสนองต่อคำขอของวุฒิสมาชิก Warren ที่กำหนดให้ส่งเอกสารภายใน 1 มิ.ย. และผลลัพธ์จะส่งผลต่อเส้นทางการเข้าสู่ระบบธนาคารของบริษัทคริปโตอย่างไร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นความขัดแย้งด้านกฎหมายและนโยบายในสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีผลสรุป ในแง่บวก การที่ Digital Chamber ออกมาปกป้อง OCC สะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตได้รับการสนับสนุนด้านกฎหมายมากขึ้น แต่ความไม่แน่นอนจากการท้าทายของวุฒิสมาชิก Warren ทำให้ตลาดยังไม่มีสัญญาณทิศทางที่ชัดเจน ผลกระทบต่อราคาจึงอยู่ในระดับกลาง

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 สมาคม Chamber of Digital Commerce หรือที่รู้จักในชื่อ Digital Chamber ได้ส่งจดหมายถึงสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงิน (Office of the Comptroller of the Currency หรือ OCC) เพื่อขอให้หน่วยงานยืนหยัดปกป้องการอนุมัติใบอนุญาตธนาคาร Trust แห่งชาติให้กับบริษัทคริปโตรายสำคัญ ได้แก่ Coinbase, Ripple, Circle และ BitGo ตามรายงานจาก CoinDesk การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้การท้าทายทางกฎหมายของวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ที่อ้างว่าการอนุมัติดังกล่าวขัดต่อกฎหมายธนาคาร Cody Carbone ซีอีโอของ Digital Chamber ระบุว่าการอนุมัติใบอนุญาตของ OCC สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐสภา โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติ GENIUS Act ซึ่งผ่านด้วยเสียงสองพรรค และชี้ว่าการกำกับดูแลในระดับรัฐบาลกลางให้ผลดีต่อการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่าใบอนุญาตระดับรัฐ Digital Chamber มีสมาชิกกว่า 250 บริษัทในวงการคริปโต

วุฒิสมาชิก Warren ยื่นท้าทาย OCC อ้างบริษัทคริปโตเลี่ยงการกำกับดูแล

วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ในฐานะสมาชิกอาวุโสของคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภา ได้ส่งจดหมายถึงผู้อำนวยการ OCC Jonathan Gould เมื่อวันที่ 18 และ 19 พ.ค. 2569 โดยตั้งคำถามต่อการอนุมัติใบอนุญาต Trust Bank แห่งชาติให้กับบริษัทคริปโต Warren อ้างว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 OCC ได้อนุมัติใบอนุญาต Trust Bank อย่างน้อย 9 รายให้กับบริษัทคริปโต ซึ่งเธอมองว่าทำธุรกิจเกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต และเปรียบเทียบว่าบริษัทเหล่านี้คือ “ธนาคารคริปโตที่ต้องการหนีพ้นมาตรการคุ้มครองและภาระผูกพันพื้นฐานที่มาพร้อมกับการเป็นธนาคาร”

วุฒิสมาชิก Warren ยังระบุว่าแผนธุรกิจของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตเหล่านี้บ่งชี้ว่าพวกเขาตั้งใจจะทำกิจกรรมที่ไม่ใช่การดูแลทรัพย์สินแบบดั้งเดิม เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินและการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงกิจกรรม Stablecoin ที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินฝาก ซึ่งเธอเชื่อว่าเกินขอบเขตที่ Trust Company แห่งชาติสามารถทำได้ตามกฎหมาย Warren ยังขอให้ OCC ส่งใบสมัครขอใบอนุญาตทั้ง 9 ฉบับ พร้อมการวิเคราะห์ทางกฎหมายที่รองรับการตัดสินใจ และการสื่อสารทั้งหมดระหว่างเจ้าหน้าที่ OCC กับทำเนียบขาวหรือสมาชิกครอบครัว Trump ภายในวันที่ 1 มิ.ย. 2569

ใบอนุญาต Trust Bank คืออะไร และทำไมบริษัทคริปโตถึงต้องการ

ใบอนุญาต Trust Bank แห่งชาติที่ OCC อนุมัตินั้นอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้จำกัด เช่น การดูแลรักษาทรัพย์สินและการให้บริการ Trust แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้รับเงินฝากหรือปล่อยสินเชื่อเหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดย OCC ได้อนุมัติใบอนุญาตแบบมีเงื่อนไขให้กับบริษัทหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการอนุมัติ Ripple National Trust Bank และ BitGo Bank & Trust เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ส่วน Coinbase National Trust Company ได้รับการอนุมัติในเดือนเมษายน 2569

OCC มองว่าการเปิดรับผู้เล่นใหม่เข้าสู่ระบบธนาคารของรัฐบาลกลางเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ระบบธนาคาร และเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะที่ Digital Chamber โต้แย้งว่าการกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางผ่านใบอนุญาตเหล่านี้ให้การคุ้มครองผู้บริโภคที่ดีกว่าใบอนุญาตระดับรัฐ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ สถานะปัจจุบันของใบอนุญาตส่วนใหญ่ยังเป็นแบบมีเงื่อนไข และยังต้องรอดูว่าการท้าทายทางกฎหมายของวุฒิสมาชิก Warren จะส่งผลต่อกระบวนการอย่างไร


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของ Digital Chamber ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวงการคริปโตเริ่มมีการรวมตัวกันอย่างเป็นระบบในการต่อสู้ด้านนโยบาย ซึ่งเป็นพัฒนาการที่น่าติดตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือฝั่ง Warren เรียกร้องให้เปิดเผยการสื่อสารระหว่าง OCC กับทำเนียบขาวด้วย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองได้ไม่น้อย สิ่งที่ควรจับตาคือการตอบสนองของ OCC ต่อกำหนดเส้นตาย 1 มิ.ย. และทิศทางของ GENIUS Act ในวุฒิสภา เพราะหากกฎหมาย Stablecoin ผ่านจริง ก็อาจช่วยกำหนดขอบเขตอำนาจของ OCC ได้ชัดเจนขึ้นและลดความขัดแย้งนี้ลงได้

ที่มา: @CoinDesk

เครดิตภาพจาก @CoinGoNet