bitkub-banner

DTCC ผู้ดูแลทรัพย์สิน 114 ล้านล้านดอลลาร์ จับมือ Stellar นำหุ้น ETF และพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นบล็อกเชน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • DTCC และ Stellar Development Foundation ประกาศแผนร่วมกันเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 เพื่อนำสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น หุ้น ETF และพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นบล็อกเชน Stellar โดยคาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงครึ่งแรกของปี 2570
  • DTCC ดูแลทรัพย์สินมูลค่ากว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทลูก DTC และได้รับไฟเขียวจาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ให้เปิดบริการโทเคนไนซ์แบบทดลองในเดือน ธ.ค. 2568
  • ความร่วมมือนี้สะท้อนแนวทางหลายบล็อกเชนของ DTCC โดยก่อนหน้านี้ได้จับมือกับ Digital Asset บน Canton Network แล้ว ส่วน Stellar เป็นพันธมิตรรายล่าสุดที่เข้ามาเสริม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง DTCC เลือก Stellar เป็นพาร์ทเนอร์โทเคนไนซ์สินทรัพย์ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนต่อระบบนิเวศ Stellar และ XLM การรับรองจากสถาบันระดับนี้ยังส่งผลดีต่อภาพรวมการนำบล็อกเชนไปใช้งานจริงในวงการการเงินโลก อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อตลาดคริปโตในวงกว้างอาจยังจำกัดเนื่องจากบริการดังกล่าวจะพร้อมใช้งานจริงในปี 2570

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) และ Stellar Development Foundation (SDF) ได้ประกาศแผนความร่วมมือเพื่อนำสินทรัพย์ที่ดูแลอยู่ภายใต้ DTC ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ DTCC มาทำโทเคนไนซ์บนเครือข่าย Stellar โดย DTCC เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินมูลค่ากว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมหุ้นในดัชนี Russell 1000 กองทุน ETF ติดตามดัชนีหลัก และพันธบัตรสหรัฐฯ ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการโทเคนไนซ์โดย DTC คาดว่าจะพร้อมให้บริการบนเครือข่าย Stellar ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 Frank La Salla ประธานและซีอีโอของ DTCC ระบุว่าความร่วมมือนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบเปิดที่เชื่อมโยงตลาดการเงินดั้งเดิมกับตลาดดิจิทัลเข้าด้วยกัน

DTCC กับกลยุทธ์หลายบล็อกเชน ไม่ได้หยุดแค่รายเดียว

การจับมือกับ Stellar ในครั้งนี้ไม่ใช่ก้าวแรกของ DTCC ในโลกบล็อกเชน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้ออกหนังสือ No-Action Letter ให้แก่ DTC อนุญาตให้เปิดบริการโทเคนไนซ์แบบทดลองสำหรับสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเป็นระยะเวลา 3 ปี และในเดือนเดียวกัน DTCC ได้ประกาศความร่วมมือกับ Digital Asset บน Canton Network เพื่อโทเคนไนซ์พันธบัตรสหรัฐฯ บางส่วนก่อนแล้ว

การเพิ่ม Stellar เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์สะท้อนให้เห็นว่า DTCC ใช้แนวทางหลายบล็อกเชน ไม่ผูกติดกับระบบใดระบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการนำบล็อกเชนเข้าสู่ระบบการเงินหลัก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสิทธิบัตรของ DTCC ระบุชื่อ XRP และ Stellar (XLM) เป็น “Digital Liquidity Tokens” ที่ตั้งใจไว้สำหรับการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ระดับโลกและการชำระเงินข้ามบล็อกเชนอีกด้วย

โทเคนไนซ์ของ DTCC ต่างจากคริปโตทั่วไปอย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจของโครงการนี้คือการโทเคนไนซ์ของ DTCC ไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ใหม่บนบล็อกเชน แต่เป็นการแปลงสินทรัพย์ดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วในความดูแลของ DTC ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสินทรัพย์อ้างอิงยังคงอยู่ในความดูแลของ DTC และนักลงทุนยังคงได้รับสิทธิ ผลตอบแทน และการคุ้มครองเหมือนการถือสินทรัพย์แบบดั้งเดิมทุกประการ รูปแบบนี้จึงเหมาะกับสถาบันการเงินที่ต้องการประสิทธิภาพการชำระเงิน รองรับ corporate actions และการรายงานบนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน

ทั้งนี้ DTCC วางแผนให้มีการซื้อขายสินทรัพย์โทเคนไนซ์แบบ “production” เป็นครั้งแรกในเดือน ก.ค. 2569 และเปิดตัวบริการเต็มรูปแบบในเดือน ต.ค. 2569 ก่อนที่สินทรัพย์บนเครือข่าย Stellar จะพร้อมใช้งานในปี 2570 โดยภาพรวมแล้ว สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง Nasdaq และ Intercontinental Exchange (เจ้าของ NYSE) ก็กำลังศึกษาการโทเคนไนซ์หลักทรัพย์เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์นี้กำลังเกิดขึ้นในระดับอุตสาหกรรม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าตื่นเต้นมากในแง่ของภาพใหญ่ เพราะ DTCC ไม่ใช่บริษัทสตาร์ทอัพคริปโตที่ใครก็ทำได้ แต่คือเสาหลักของระบบการเงินสหรัฐฯ ที่จัดการทรัพย์สินมากกว่า GDP ของโลกรวมกัน การที่พวกเขาเลือก Stellar เป็นพาร์ทเนอร์หลักถือเป็นการรับรองที่หนักมาก อย่างไรก็ดี ต้องเน้นย้ำว่าบริการจริงยังต้องรอถึงปี 2570 ซึ่งหมายความว่าผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจจำกัด สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ DTCC จะประกาศพาร์ทเนอร์บล็อกเชนเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และการทดลองในเดือน ก.ค. 2569 ที่จะมาถึงจะออกมาในรูปแบบใด

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI