สรุปข่าว
- Ethereum (ETH) ร่วงหลุด $2,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยราคาล่าสุดแตะ $1,972.61 ลดลง 4.57% ใน 24 ชั่วโมง
- การหลุดระดับจิตวิทยา $2,000 ทำให้ ETH กลับมาทดสอบขอบล่างของกรอบการแกว่งตัว 15 สัปดาห์ โดยมีแนวรับสำคัญถัดไปที่บริเวณ $1,940 และ $1,821
- ตลาดอยู่ในภาวะตึงเครียด นักลงทุนจับตาว่า ETH จะสามารถยืนเหนือโซนแนวรับได้หรือไม่ เพราะถ้าหลุดอาจเปิดทางสู่จุดต่ำสุดรอบนี้ที่ $1,821
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การหลุด $2,000 ครั้งนี้มีนัยสำคัญเชิงเทคนิค เพราะเป็นการทะลุแนวรับจิตวิทยาในช่วงที่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาลง กดดันให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับต่ำ ถ้าราคาไม่สามารถฟื้นตัวกลับเหนือ $2,000 ได้อย่างรวดเร็ว แรงขายอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
วันที่ 28 พ.ค. 2569 Ethereum (ETH) ดิ่งหลุดระดับจิตวิทยา $2,000 เป็นครั้งแรกในรอบ 15 สัปดาห์ โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ $1,972.61 ร่วงลง 4.57% จากช่วงเดียวกันของวานนี้ ขณะที่ราคาสูงสุดใน 24 ชั่วโมงแตะที่ $2,072.56 ก่อนแรงขายจะเข้ากดลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ $1,970.91 การหลุดระดับนี้ถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการทดสอบขอบล่างของกรอบการแกว่งตัวที่ค้างมานานกว่าสามเดือนครึ่ง

ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่ามีแรงขายออกมาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.38 แสนล้านดอลลาร์ บรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมยังคงระมัดระวัง ท่ามกลางความกังวลเรื่องทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งกดดันความอยากเสี่ยงของนักลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่างคริปโต
ทำไมระดับนี้ถึงสำคัญมากกว่าที่คิด
การหลุด $2,000 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขกลมทางจิตวิทยา แต่มีนัยสำคัญเชิงโครงสร้างตลาดหลายชั้นซ้อนกัน ETH เพิ่งทำยอดสูงสุดรอบนี้ที่บริเวณ $4,829 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 และนับจากนั้นก็ร่วงลงมาต่อเนื่องในลักษณะของเทรนด์ขาลงระยะยาว ปัจจุบันราคาสูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 58% จากจุดสูงสุด
ในช่วง 15 สัปดาห์ที่ผ่านมา ETH แกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่างประมาณ $1,940 ถึง $2,380 โดยไม่มีแรงขับเคลื่อนทิศทางที่ชัดเจน แต่การที่ราคาเพิ่งหลุด $2,000 ลงมาหมายความว่า ETH กำลังเข้าใกล้ขอบล่างของกรอบนี้อย่างน่าเป็นห่วง ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงสั้นตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 เป็นต้นมา ราคาได้ทำจุดสูงและจุดต่ำที่ต่ำลงเรื่อย ๆ ตามลำดับ บ่งชี้ว่าแรงขายกำลังเร่งตัวขึ้น ไม่ใช่ลดลง
ถ้าราคายึดแนวรับไว้ได้ จะเกิดอะไรขึ้น
ในกรณีที่ ETH สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาเหนือ $2,000 ได้อีกครั้งพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่ฟื้นตัว นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าอาจเกิดการดีดกลับในระยะสั้น เพราะโซนต่ำกว่า $2,000 มักดึงดูดนักลงทุนที่รอซื้อสะสมในราคาที่ถูกกว่า อย่างไรก็ตาม แนวต้านขาขึ้นระยะใกล้อยู่ที่บริเวณ $2,100 ซึ่ง ETH จะต้องทะลุผ่านให้ได้ก่อนจึงจะพอพูดได้ว่าแรงขายเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาณที่ต้องจับตาในกรณีนี้คือปริมาณซื้อขายที่ต้องฟื้นตัวขึ้นพร้อมกับราคา ถ้าราคาดีดกลับแต่ปริมาณซื้อขายยังต่ำ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเป็นเพียงการดีดตัวชั่วคราวก่อนที่แรงขายจะกลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน กรอบ $1,940 ถึง $2,380 ยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ $1,940 ได้
ถ้าหลุดแนวรับ เส้นทางถัดไปจะไปทางไหน
นี่คือสถานการณ์ที่นักลงทุนหลายรายเป็นห่วงมากที่สุด ถ้า ETH ไม่สามารถรักษาระดับเหนือ $1,940 ได้ กรอบการแกว่งตัว 15 สัปดาห์จะถือว่าพังทลายลงอย่างเป็นทางการ และเป้าหมายถัดไปที่ตลาดจะมองไปคือบริเวณ $1,821 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของรอบนี้ที่เคยทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ยิ่งน่ากังวลขึ้นไปอีกเมื่อพิจารณาบริบทรอบด้าน ทั้งเทรนด์ขาลงระยะยาวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 และแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ยังไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง ความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังคงสูง รวมถึงกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF คริปโตที่ยังคงผันผวนไม่แน่นอน ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นในช่วงนี้ ถ้าแนวรับ $1,821 ไม่สามารถยืนหยัดได้ ก็ยากจะระบุได้ชัดเจนว่าราคาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะไม่มีฐานรองรับที่ชัดเจนถัดจากนั้น
ความเห็นผู้เขียน
ผมมองว่าการหลุด $2,000 ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ตัวเลขกลม ๆ ธรรมดา เพราะมันเกิดขึ้นในบริบทของเทรนด์ขาลงระยะยาวที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลายเดือน และเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่ไม่ได้บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อเข้ามารองรับอย่างเพียงพอ
สิ่งที่ผมจะจับตาดูมากที่สุดในช่วงนี้คือพฤติกรรมของราคาในโซนต่ำกว่า $2,000 ว่า ETH จะสามารถดีดกลับขึ้นมาได้เร็วแค่ไหน และดีดกลับพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าราคาค้างอยู่ใต้ $2,000 นานหลายวันโดยไม่ฟื้นตัว นั่นคือสัญญาณที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นอีกระดับ
อีกปัจจัยที่ผมติดตามอยู่คือกระแสเงินไหลเข้า-ออกของกองทุน ETF Ethereum ในสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขไหลออกยังสูงต่อเนื่อง มันจะยิ่งบีบราคาลงในทิศทางเดิม แต่ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าเงินเริ่มไหลกลับเข้ามา นั่นอาจเป็นตัวเปลี่ยนสถานการณ์ที่น่าสนใจในระยะสั้น สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดพอสมควร และผมคิดว่าช่วงไม่กี่วันนี้จะเป็นตัวตัดสินทิศทางระยะกลางของ ETH ได้เลย
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

