สรุปข่าว
- ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติให้ Paxos Securities Settlement Company (PSSC) เป็นหน่วยรับฝากหลักทรัพย์กลางที่อิงบล็อกเชนรายแรกและรายเดียวในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569
- Paxos ทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ นานกว่า 7 ปีเพื่อให้ได้รับการรับรองนี้ ก่อนหน้านี้ดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตชั่วคราวพร้อมสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่ง
- การอนุมัตินี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าวอลล์สตรีทพร้อมเปิดรับโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่างเป็นทางการมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติโครงสร้างพื้นฐานชำระหลักทรัพย์บนบล็อกเชนเป็นครั้งแรก เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการยอมรับคริปโตในระดับสถาบันการเงิน ความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศคริปโตในสายตาวอลล์สตรีทเพิ่มขึ้น และอาจเปิดทางให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกนำมาใช้ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างกว้างขวางกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้อนุมัติให้ Paxos Securities Settlement Company (PSSC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Paxos จดทะเบียนเป็นหน่วยรับฝากหลักทรัพย์กลาง (Central Securities Depository) ภายใต้มาตรา 17A ของกฎหมาย Securities Exchange Act ปี 1934 ตามรายงานจาก Cointelegraph การอนุมัตินี้ทำให้ PSSC กลายเป็นบริษัทที่อิงบล็อกเชนรายแรกและรายเดียวในสหรัฐฯ ที่ได้รับสิทธิ์ให้บริการชำระและส่งมอบหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ Paxos ระบุว่านี่คือ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของตลาดการเงิน” ท่ามกลางกระแสที่วอลล์สตรีทหันมาสนใจตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อยๆ
7 ปีแห่งการรอคอยและการพิสูจน์ตัวเอง
กว่าจะมาถึงวันนี้ Paxos ใช้เวลาทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ นานกว่า 7 ปี โดยในเดือนตุลาคม 2562 ก.ล.ต. สหรัฐฯ เคยออกหนังสือ no-action letter ให้ Paxos เพื่อทดสอบระบบชำระหลักทรัพย์บนบล็อกเชนสำหรับหุ้นสหรัฐฯ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 Paxos ได้เปิดตัวโครงการนำร่องอย่างเป็นทางการ โดยผลการทดสอบพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบบล็อกเชนสามารถชำระธุรกรรมได้ภายในวันเดียว ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้จริง ก่อนการได้รับอนุมัติครั้งนี้ Paxos ดำเนินการชำระและส่งมอบหุ้นสหรัฐฯ ทุกวันภายใต้ใบอนุญาตชั่วคราวจาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ โดยมีสถาบันการเงินระดับโลกเข้าร่วมโครงการด้วย
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Paxos กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ภายใต้การนำของ Gary Gensler ซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในขณะนั้น หน่วยงานได้ส่ง Wells Notice แจ้งข้อกล่าวหาต่อ Paxos ว่า Binance USD (BUSD) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ Paxos ออกให้ Binance เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย พร้อมกับที่หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินนิวยอร์ก (NYDFS) สั่งให้ Paxos หยุดการออก BUSD ใหม่ในเวลาเดียวกัน การได้รับการอนุมัติในครั้งนี้จึงถือเป็นการพลิกบทบาทของ Paxos จากเป้าหมายการบังคับใช้กฎหมาย กลายมาเป็นผู้บุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
นัยสำคัญต่อตลาดการเงินและคริปโต
การอนุมัตินี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำบล็อกเชนเข้าสู่กระบวนการหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบันระบบชำระหลักทรัพย์ดั้งเดิมในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังใช้เวลาถึง 1-2 วันทำการ การที่ระบบบล็อกเชนสามารถลดเวลาการชำระเงินเหลือภายในวันเดียวหรือทันทีได้นั้น หมายความว่าสถาบันการเงินจะสามารถลดความเสี่ยงด้านเครดิตและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่อิงบล็อกเชนไม่ใช่แค่แนวคิดทดลอง แต่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงสุดของสหรัฐฯ แล้ว
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รมว.คลังสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนรัฐบาลทรัมป์ จะไม่มีการออก CBDC ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคริปโตภาคเอกชนอย่าง Paxos แทนการสร้างระบบดิจิทัลของรัฐเอง แนวทางนี้แสดงให้เห็นถึงการที่ภาครัฐสหรัฐฯ เลือกให้ภาคเอกชนนำบล็อกเชนมาปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน แทนที่จะสร้างระบบขึ้นมาเอง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่คือข่าวที่สำคัญมากในเชิงโครงสร้างของตลาดการเงิน แม้ตอนนี้อาจยังไม่เห็นผลต่อราคาคริปโตโดยตรงทันที แต่การที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยอมรับบล็อกเชนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานการชำระหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ ที่น่าสังเกตคือ Paxos ต้องฝ่าฟันจากการโดน Wells Notice ในยุค Gensler มาถึงการได้รับการรับรองอย่างเต็มรูปแบบในยุคปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลได้ชัดเจนมาก ต้องจับตาดูว่าสถาบันการเงินรายใดจะเข้าร่วมใช้ระบบของ Paxos และจะส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รับโทเคนไนซ์สินทรัพย์ได้เร็วขึ้นแค่ไหน
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

