bitkub-banner

Virtual Bank คืออะไร แตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิมและคริปโตอย่างไร

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปประเด็นสำคัญ
  • Virtual Bank คือธนาคารที่ให้บริการผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไม่มีสาขา แต่มีใบอนุญาตธนาคารเต็มตัวและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • CLICX จากกลุ่มกรุงไทย AIS และ OR คือ Virtual Bank รายแรกของไทยที่เปิดให้บริการ ชูจุดเด่นให้ลูกค้าเลือกเลขบัญชีเองได้เป็นครั้งแรก เปิดจองเลขบัญชี 2 มิ.ย. และเปิดแอป 19 มิ.ย. 2569
  • เงินฝากใน Virtual Bank ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากสูงสุด 1 ล้านบาทเท่ากับธนาคารทั่วไป ซึ่งต่างจากคริปโตที่ไม่มีการคุ้มครองในลักษณะนี้

ในช่วงนี้คำว่า “Virtual Bank” หรือธนาคารไร้สาขากำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในไทย หลัง CLICX ซึ่งเป็น Virtual Bank รายแรกของประเทศได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 และเปิดให้ลูกค้าจองเลขบัญชีของตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 จุดที่ทำให้คนไทยจำนวนมากสนใจเป็นพิเศษคือฟีเจอร์ “เลือกเลขบัญชีเองได้” ที่ถูกใจสายมูที่ชอบเลขมงคล แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า Virtual Bank คืออะไรกันแน่ และต่างจากธนาคารที่เราใช้กันอยู่ รวมถึงต่างจากคริปโตอย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบละเอียด

Virtual Bank คืออะไร

Virtual Bank คือธนาคารที่ให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอปบนมือถือหรือเว็บไซต์ โดยไม่มีสาขาที่เป็นอาคารให้เดินเข้าไปทำธุรกรรมเลย หัวใจสำคัญที่ทำให้ Virtual Bank ต่างจากแอปธนาคารทั่วไปคือ มันเป็นธนาคารเต็มตัวที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกับธนาคารดั้งเดิม

เนื่องจากไม่ต้องแบกต้นทุนค่าสาขาและพนักงานจำนวนมาก Virtual Bank จึงมักเสนอดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่า ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า และเปิดบัญชีได้เร็วกว่า อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่ระบบธนาคารแบบเดิมเข้าไม่ถึง เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนประจำ ในไทย ธปท. ได้ออกใบอนุญาต Virtual Bank ให้ 3 กลุ่มในปี 2568 ได้แก่ กลุ่ม SCBX กลุ่มกรุงไทย (ซึ่งต่อมาคือ CLICX) และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)

ทั้งนี้ Virtual Bank ยังต่างจาก “นีโอแบงก์” (Neobank) ในต่างประเทศหลายแห่ง ที่จริง ๆ แล้วเป็นบริษัทฟินเทคที่ไม่มีใบอนุญาตธนาคารเป็นของตัวเอง แต่ไปจับมือกับธนาคารอื่นเพื่อให้บริการ ขณะที่ Virtual Bank ของไทยมีใบอนุญาตธนาคารเต็มรูปแบบ จึงทำธุรกิจรับฝากเงินและปล่อยกู้ได้เองอย่างถูกกฎหมาย

Virtual Bank ต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างไร

ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือเรื่องสาขา ธนาคารดั้งเดิมมีทั้งสาขาและช่องทางดิจิทัลควบคู่กัน ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปคุยกับพนักงานได้ ส่วน Virtual Bank ให้บริการผ่านแอปเท่านั้น ทุกอย่างตั้งแต่เปิดบัญชี ยืนยันตัวตน ฝาก ถอน ไปจนถึงขอสินเชื่อ ทำผ่านมือถือทั้งหมด

อีกจุดที่ต่างกันคือวิธีพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ธนาคารดั้งเดิมมักเน้นดูสลิปเงินเดือน เอกสารรายได้ และประวัติเครดิตเป็นหลัก ทำให้คนที่ไม่มีรายได้ประจำเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ขณะที่ Virtual Bank อย่าง CLICX ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านพันธมิตรอย่าง AIS และ OR มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทน จึงเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ซึ่งในไทยมีสูงถึงราว 63% ของประชากร เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันและสำคัญมากคือ ทั้งสองแบบอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน คือ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน และได้รับการกำกับจาก ธปท. เหมือนกัน

Virtual Bank ต่างจากคริปโตอย่างไร

หลายคนอาจสับสนว่า Virtual Bank ที่ไม่มีสาขาและเป็นดิจิทัลทั้งหมด เหมือนกับการเก็บเงินในรูปคริปโตหรือไม่ คำตอบคือต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะแม้ทั้งคู่จะอยู่ในโลกดิจิทัล แต่โครงสร้างพื้นฐาน ผู้กำกับดูแล และความเสี่ยงแตกต่างกันมาก

ประการแรกคือประเภทของเงิน เงินใน Virtual Bank คือเงินบาทตามกฎหมาย มูลค่าคงที่ตามหน้าเงิน ส่วนคริปโตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ราคาผันผวนขึ้นลงได้ตลอดเวลา ประการที่สองคือผู้กำกับดูแล Virtual Bank อยู่ภายใต้ ธปท. และ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ขณะที่คริปโตในไทยอยู่ภายใต้สำนักงาน ก.ล.ต. และ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นคนละกรอบกฎหมายกัน

ประการที่สามคือเรื่องตัวกลางและการเก็บรักษา Virtual Bank เป็นระบบรวมศูนย์ มีธนาคารเป็นตัวกลางถือเงินและดูแลความปลอดภัยให้ ขณะที่คริปโตโดยเฉพาะแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ผู้ใช้สามารถถือครองสินทรัพย์ด้วยตัวเองผ่านการเก็บกุญแจส่วนตัว (Private Key) โดยไม่ต้องมีตัวกลาง ซึ่งให้อิสระสูงแต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบเต็มที่ เพราะหากทำกุญแจหายก็ไม่มีใครช่วยกู้คืนได้ และประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทั่วไปคือการคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

หัวข้อธนาคารดั้งเดิมVirtual Bankคริปโต
สาขามีสาขา + แอปไม่มีสาขา ใช้แอปอย่างเดียวไม่มีสาขา ใช้แอป/วอลเล็ต
ผู้กำกับดูแลธปท.ธปท.ก.ล.ต. ไทย
ประเภทเงินเงินบาทเงินบาทสินทรัพย์ดิจิทัล ราคาผันผวน
คุ้มครองเงินฝากมี สูงสุด 1 ล้านบาทมี สูงสุด 1 ล้านบาทไม่มี
การเก็บรักษาธนาคารดูแลให้ธนาคารดูแลให้เก็บเองได้ หรือฝากบนกระดานเทรด
ตัวกลางรวมศูนย์ มีตัวกลางรวมศูนย์ มีตัวกลางกระจายศูนย์ ไร้ตัวกลางได้

CLICX กับฟีเจอร์เลือกเลขบัญชีเองที่ถูกใจสายมู

จุดเด่นที่ทำให้ CLICX เป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือการเป็นธนาคารแรกในไทยที่ให้ลูกค้าเลือกเลขบัญชีเองได้ โดยเลือกได้ 7 หลักจากเลขบัญชีทั้งหมด 10 หลัก ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเลขมงคล เลขตอง เลขเรียง เลขคู่ เลขมังกร เลขเสริมการเงินการงานความรัก หรือจะใช้เลข 7 ตัวท้ายของเบอร์มือถือก็ได้ ตอบโจทย์คนไทยสายมูที่เชื่อเรื่องเลขมงคลเป็นอย่างมาก

การจองเลขบัญชีเป็นแบบใครจองก่อนได้ก่อน และเลขบัญชีจะไม่ซ้ำกัน ผู้ที่ต้องการจองต้องเป็นคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีเบอร์มือถือ AIS ที่จดทะเบียนในชื่อตัวเอง และจองได้คนละ 1 เลขบัญชีเท่านั้น โดยจองผ่านแอป myAIS ฟีเจอร์นี้สะท้อนกลยุทธ์ของ Virtual Bank ที่พยายามสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้าด้วยประสบการณ์ที่ธนาคารดั้งเดิมให้ไม่ได้

เงินฝากใน Virtual Bank ปลอดภัยแค่ไหน

คำถามที่หลายคนกังวลคือ ฝากเงินกับธนาคารที่ไม่มีสาขาจะปลอดภัยหรือไม่ คำตอบคือเงินฝากใน Virtual Bank ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) สูงสุด 1 ล้านบาทต่อ 1 รายผู้ฝากต่อ 1 ธนาคาร เท่ากับการฝากเงินในธนาคารพาณิชย์ทั่วไปทุกประการ เพราะ Virtual Bank อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินเช่นเดียวกัน และต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมาย วงเงินคุ้มครองนี้ครอบคลุมผู้ฝากเงินกว่า 98% ของทั้งระบบ

จุดนี้คือความแตกต่างสำคัญจากการถือคริปโตหรือเงินใน e-Wallet ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองในลักษณะเดียวกัน หากผู้ให้บริการคริปโตล้มละลายหรือถูกแฮก ผู้ใช้อาจสูญเงินทั้งหมดโดยไม่มีกองทุนใดมารับประกัน ดังนั้นแม้ Virtual Bank จะดูทันสมัยและเป็นดิจิทัลเหมือนกัน แต่ในแง่ความมั่นคงของเงินต้น มันยังอยู่ในร่มเงาการคุ้มครองของรัฐเหมือนธนาคารดั้งเดิม

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการมาของ Virtual Bank เป็นพัฒนาการที่ดีต่อระบบการเงินไทย เพราะช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบมีทางเลือกมากขึ้น และการแข่งขันที่สูงขึ้นน่าจะทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากและค่าธรรมเนียมดีขึ้นสำหรับผู้บริโภค ส่วนฟีเจอร์เลือกเลขบัญชีของ CLICX แม้จะดูเป็นลูกเล่นการตลาด แต่ก็เข้าใจพฤติกรรมคนไทยได้ดีและสร้างกระแสได้จริง

สำหรับคนในวงการคริปโต ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ Virtual Bank กับคริปโตไม่ได้เป็นคู่แข่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นเครื่องมือคนละแบบที่ตอบโจทย์ต่างกัน Virtual Bank เหมาะกับการเก็บเงินบาทที่ต้องการความมั่นคงและการคุ้มครอง ส่วนคริปโตเหมาะกับการลงทุนและการถือครองสินทรัพย์ที่ไร้ตัวกลาง การเข้าใจความต่างของทั้งสองโลกอย่างชัดเจน จะช่วยให้เราเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินได้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองมากที่สุด