bitkub-banner

ลือ Strategy ส่อถูกบีบขาย Bitcoin อีกเพื่อความอยู่รอด หวั่น Saylor จ่ายปันผลไม่ไหว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่อ้างแหล่งข่าววงในว่า Strategy ของ Michael Saylor อาจถูกบีบให้ขาย Bitcoin บางส่วนแบบขาดทุน เพื่อรักษาความอยู่รอดทางการเงิน และ Saylor อาจไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกต่อไป
  • ข่าวลือดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เกิดขึ้นในจังหวะที่ Bitcoin ร่วงต่อเนื่องมาที่ $62,943 ในวันที่ 4 มิ.ย. 2569 และหลัง Strategy เพิ่งขาย Bitcoin เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท
  • ข้อมูลจริงชี้ว่าบริษัทมีภาระปันผลและดอกเบี้ยราว $1.5 พันล้านต่อปี และมีสภาพคล่องครอบคลุมได้ราว 18 เดือน ขณะที่ตลาด Polymarket ให้โอกาสมาร์จิ้นคอลเพียง 4.5% สะท้อนว่าความเสี่ยงล้มละลายยังต่ำ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ความกังวลว่าผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกอาจถูกบีบให้เทขาย เป็นแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อตลาดในช่วงที่ราคากำลังอ่อนแอ แม้ข่าวลือจะยังไม่ได้รับการยืนยันและความเสี่ยงล้มละลายจริงจะต่ำ แต่กระแสลักษณะนี้มักเพิ่มความผันผวนและแรงขายในระยะสั้น

มีข่าวลือสะพัดในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่อ้างแหล่งข่าววงในว่า Strategy บริษัทคลัง Bitcoin ของ Michael Saylor อาจถูกบีบให้ขาย Bitcoin บางส่วนแบบขาดทุน เพื่อรักษาความสามารถในการชำระหนี้และความอยู่รอดทางการเงิน พร้อมระบุว่า Saylor อาจไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกต่อไป และทิ้งท้ายว่า “ตลาดพร้อมรับเรื่องนี้แล้ว” ทั้งนี้ ข่าวลือดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Strategy แต่อย่างใด

กระแสนี้แพร่ออกมาในจังหวะที่ราคา Bitcoin ร่วงต่อเนื่องลงมาที่ $62,943 ลดลงราว 5.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งยิ่งกดดันสถานะของบริษัทที่ถือ Bitcoin ในต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันมาก ทำให้ข่าวลือเรื่องการถูกบีบขายได้รับความสนใจและจุดความกังวลในตลาดที่อ่อนแออยู่แล้วได้อย่างรวดเร็ว

ที่มาของข่าวลือ Strategy เพิ่งขาย Bitcoin ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แม้ข่าวลือเรื่องการถูกบีบขายเพื่อความอยู่รอดจะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ความกังวลก็ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ Strategy เพิ่งขาย Bitcoin เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท จำนวน 32 BTC เพื่อนำไปจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยอดถือครองรวมราว 843,706 BTC แต่ก็เป็นการทำลายจุดยืน “ซื้อแล้วไม่ขาย” ที่ยึดถือมาตลอด และทำให้ราคาหุ้น MSTR ร่วงลง 5.85% มาที่ $149.78

หัวใจของความกังวลอยู่ที่ภาระทางการเงินของบริษัท Strategy มีภาระเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิรวมกับดอกเบี้ยหนี้ราว $1.5 พันล้านต่อปี โดยเฉพาะหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 11.5% ต่อปี และระดมทุนไปแล้วราว $8.5 พันล้าน ภาระดอกเบี้ยและปันผลที่สูงนี้คือสิ่งที่บริษัทต้องหาเงินสดมาจ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดคำถามว่าหากราคา Bitcoin ยังไม่ฟื้น บริษัทจะหาเงินจากไหนมาจ่าย

ตลาด Polymarket มองอย่างไรกับโอกาสที่ Strategy จะขาย Bitcoin

ในด้านมุมมองของตลาด ตลาดทำนาย Polymarket ให้น้ำหนักสูงถึง 85% ว่า Strategy จะขาย Bitcoin บางส่วนภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2569 ซึ่งสนับสนุนความกังวลที่ว่าบริษัทอาจต้องลดการกู้ยืมหรือขายสินทรัพย์เพื่อบริหารสภาพคล่อง สอดคล้องกับทิศทางของข่าวลือที่กำลังแพร่อยู่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเดียวกันนี้ก็บอกอีกด้านหนึ่งด้วย เพราะ Polymarket ให้โอกาสที่ Strategy จะถูกเรียกหลักประกันเพิ่มหรือมาร์จิ้นคอลในปี 2569 เพียง 4.5% เท่านั้น นั่นหมายความว่าตลาดมองว่าการขาย Bitcoin บางส่วนมีโอกาสสูงก็จริง แต่การถึงขั้นล้มละลายหรือถูกบังคับขายแบบฉุกเฉินตามที่ข่าวลือพาดพิงยังเป็นความเสี่ยงที่ต่ำมาก

ข้อเท็จจริง สถานะการเงินยังห่างไกลคำว่าล้มละลาย

เมื่อดูจากข้อมูลงบดุลไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีเงินสดราว $2.21 พันล้าน เทียบกับหนี้รวมราว $8.26 พันล้าน ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสภาพคล่องปัจจุบันครอบคลุมภาระเงินปันผลได้ราว 18 เดือน แม้การที่บริษัทเพิ่งซื้อคืนหนี้บางส่วนจะกินเงินสำรองที่เตรียมไว้สำหรับจ่ายผลตอบแทน STRC ไปกว่า 60% ทำให้พื้นที่หายใจทางการเงินแคบลง แต่ก็ยังห่างไกลจากภาวะล้มละลายตามที่ข่าวลือพยายามสื่อ

ที่ผ่านมา Saylor ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ขาย Bitcoin ในภาวะตื่นตระหนก และการขาย 32 BTC ก็เป็นการขายเพื่อบริหารกระแสเงินสด ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อตลาด นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าตราบใดที่บริษัทยังไม่ถูกบังคับขายจากเงื่อนไขหนี้ การขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อประคองสภาพคล่องก็เป็นการตัดสินใจเชิงบริหาร ไม่ใช่สัญญาณของการล่มสลายอย่างที่ข่าวลือพาดพิง

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าต้องแยกให้ออกระหว่างข่าวลือที่ใช้คำแรง ๆ กับข้อมูลจริงที่อยู่เบื้องหลัง ข่าวลือที่ว่า Strategy อาจถูกบีบให้ขายขาดทุนเพื่อความอยู่รอดนั้นมาจากแหล่งที่ไม่ได้รับการยืนยัน และคำว่า “เพื่อความอยู่รอด” ก็ดูเกินจริงไปมาก เพราะข้อมูลจากตลาด Polymarket เองชี้ว่าโอกาสมาร์จิ้นคอลมีแค่ 4.5% สิ่งที่มีโอกาสสูงจริง ๆ คือการขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อบริหารสภาพคล่อง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการล้มละลาย

สำหรับคนที่ถือ Bitcoin อยู่ ผมแนะนำให้ฟังข่าวลือแบบนี้ด้วยความระมัดระวัง และจับตาสองเรื่องเป็นหลัก คือราคา Bitcoin ที่หากยังร่วงต่อจะยิ่งกดดันสภาพคล่องของบริษัทคลังคริปโตทั้งหลาย และการเคลื่อนไหวจริงของ Strategy ผ่านเอกสารยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ซึ่งจะบอกข้อเท็จจริงได้ชัดเจนกว่ากระแสในโซเชียล หากบริษัทเริ่มทยอยขาย Bitcoin จำนวนมากเมื่อใด นั่นอาจเป็นแรงขายที่ส่งผลต่อตลาดในวงกว้าง แต่ตอนนี้ผมยังมองว่าเป็นข่าวลือที่ต้องเฝ้าระวัง มากกว่าวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที