bitkub-banner

อวสานยุคกระทิง Bitcoin ลบกำไรในยุคทรัมป์หมดเกลี้ยงร่วงทะลุ 50% 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin ร่วงลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 60,619 ดอลลาร์ ลบกำไรสะสมทั้งหมดที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อปลายปี 2024 ไปจนหมดสิ้น
  • เปิดไทม์ไลน์ราคา Bitcoin จาก ATH ที่ระดับ 126,080 ดอลลาร์ สู่ขาลงอย่างรุนแรง หลังเผชิญมรสุมล้างพอร์ตฟิวเจอร์สครั้งใหญ่ 19,000 ล้านดอลลาร์พ่วงแรงเทขายสถาบันออกจากกองทุน ETF และวิกฤตความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
  • นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่ออิทธิพลทางการเมืองของทรัมป์ หลังมาตรการจัดตั้งกองทุนสำรองบิตคอยน์แห่งชาติขยับตัวช้า ขัดแย้งกับกระแสเงินลงทุนที่กำลังหมุนเวียนเปลี่ยนย้ายไปซบธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ AI

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

โครงสร้างราคาของบิตคอยน์ในตอนนี้ตกอยู่ในฝั่งขาลงอย่างสมบูรณ์ จากแรงเทขายของกองทุน ETF ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ประกอบกับความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และปัจจัยเสี่ยงด้านสงครามในตะวันออกกลาง จะยังคงเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ราคา Bitcoin มีแนวโน้มซึมและปรับฐานต่อเนื่องในระยะสั้น

ราคา Bitcoin ก็พุ่งแรงหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในปี 2024 เนื่องมาจากกระแสการแห่เข้าซื้อ Bitcoin จากความหวังว่า รัฐบาลทรัมป์ จะสนับสนุนคริปโตมากขึ้น และออกนโยบายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรม  ในช่วงแรกคนที่เข้าซื้อ Bitcoin ตามกระแสนี้ทำกำไรกันได้อย่างงดงาม แต่เกือบ 2 ปีผ่านไป สถานการณ์กลับพลิกผัน

ล่าสุดราคา Bitcoin ร่วงลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 60,619 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดในวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ที่ราว 69,355 ดอลลาร์ ถึงประมาณ 12.6% พูดง่าย ๆ คือ ใครที่ซื้อ Bitcoin ในวันเลือกตั้ง และยังคงถือครองอยู่จนถึงตอนนี้ก็กำลังติดดอยแล้ว

จากความหวังสู่จุดสูงสุดใหม่ของ Bitcoin

ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หนึ่งวัน ราคา Bitcoin ปิดที่ประมาณ 67,793 ดอลลาร์ แต่หลังผลการเลือกตั้งออกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ราคา Bitcoin ก็ทะยานพุ่งผ่านระดับ 75,000 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดใหม่ทันที

จากนั้นกระแสความคาดหวังนักลงทุนที่มีต่อรัฐบาลทรัมป์ รอบที่สองก็ยิ่งผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งต่อ จนขึ้นไปแตะระดับ 109,000 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2025 หลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

ซึ่งแรงหนุนสำคัญมาจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มจากประมาณ 37,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม 2025 ไปมากกว่า 62,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงพีค

ขณะเดียวกัน กระแสบริษัทสะสม Bitcoin หรือ Digital Asset Treasury (DAT) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ก็สร้างอุปสงค์มหาศาลให้ตลาด

หลายบริษัทมหาชนเร่งเข้าซื้อ Bitcoin เข้างบดุล รวมถึง Trump Media & Technology Group (DJT) ของทรัมป์เอง ก็เข้าซื้อ Bitcoin และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม จนสุดท้ายทำให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปทำ ATH ที่ระดับ 126,080 ดอลลาร์

Bitcoin เริ่มร่วงแรงหลังเผชิญการล้างพอร์ต

หลังจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างเริ่มพังลงเมื่อ Bitcoin เผชิญการล้างพอร์ต มูลค่ารวมกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต ทำให้ราคา Bitcoin ดิ่งจากที่อยู่เหนือระดับ 121,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือประมาณ 106,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว

แม้จะมีการรีบาวด์ในระยะสั้น แต่ตลาดยังคงอ่อนแรง และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ราคา Bitcoin ก็ร่วงลงมาแถวระดับ 88,000 ดอลลาร์ เนื่องจากในเดือนมกราคม 2026 นักลงทุนสถาบันเริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และดึงเงินออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF

ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า เพียงเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว มีเงินลงทุนไหลออกสุทธิมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ 

หลังจากนั้น ความกังวลด้านเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด นักลงทุนเริ่มมองว่า มีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าการลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin

และอีกเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดคือ การที่ Michael Saylor ที่เคยพูดถึงขั้นว่า “ขายไตได้ แต่ต้องถือ Bitcoin”กลับคำ เลือกที่จะเทขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC จากคลังของบริษัท Strategy ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์

แม้เขาจะส่งสัญญาณเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่หลายคนก็มองว่า มันกระทบภาพลักษณ์และแนวคิดจะไม่ขาย Bitcoin ที่เขาเคยผลักดันมาตลอด ส่งผลให้หลังจากนั้น ราคา Bitcoin ก็ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2024

Michael Saylor ไม่ได้ยืนยันว่า การขายของ Strategy มีส่วนทำให้ตลาดลงหรือไม่ แต่เขามองว่า ปัจจัยสำคัญคือ ที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วง คือการโยกย้ายเงินทุนครั้งใหญ่จากคริปโตไปสู่ธุรกิจ AI โดยมีเงินลงทุนไหลออกจากกองทุน ETF มากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน

ปัจจุบันราคา Bitcoin ร่วงลงมาเกือบ 52% จากจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำเอาเหล่านักลงทุนต่างพากันลุ้นและตั้งคำถามว่า แนวโน้มในระยะสั้นจะเป็นยังไงต่อ แล้วกระแสหรืออิทธิพลของทรัมป์ที่มีต่อตลาดคริปโตมันเริ่มแผ่วลงแล้วหรือยัง

ทรัมป์ยังหนุนคริปโต แต่ผลกระทบเริ่มลดลง

แม้ทรัมป์จะเพิ่งโพสต์ว่า “ผมจะไม่มีวันทำให้คริปโตผิดหวัง” และรัฐบาลในยุคของเขา ก็ได้ผลักดัน GENIUS Act จนกลายเป็นกฎหมาย ซึ่งช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับ Stablecoin แต่ในด้านกองทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติก็ยังคงดำเนินไปอย่างช้า ๆ

ส่วน CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญด้านโครงสร้างตลาดคริปโต ก็ยังอยู่ห่างไกลจากการผ่านสภาอย่างสมบูรณ์ แม้จะผ่านการพิจารณาในคณะกรรมาธิการไปแล้วก็ตาม

ผลลัพธ์คือ ปัจจุบัน Bitcoin ได้ลบกำไรทั้งหมดที่เกิดขึ้น หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้งไปหมดแล้ว และราคายังร่วงต่ำกว่าระดับก่อนการเลือกตั้งอีกด้วย 

ที่มา : decrypt


มุมมองผู้เขียน : ในช่วงปลายปี 2024 ถึงปี 2025 ตลาดขับเคลื่อนด้วยความหวังจากนโยบายการเมืองจนราคาพุ่งไปแตะ ATH แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ราคา Bitcoin กลับร่วงลงมา จากความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆและเชื่อมั่นที่ลดน้อยลงของนักลงทุน