สรุปข่าว
- Changpeng Zhao เคลื่อนไหวบนแพลตฟอร์ม X โดยย้ำเตือนใจนักลงทุนด้วยประโยคคลาสสิกว่า บิตคอยน์จะไม่ตายนานขนาดนั้นหรอกไม่ต้องตื่นตระหนก
- ความเห็นของเขาสอดคล้องกับ CEO ของ Strive อย่าง Matt Cole ที่มองว่าปัญหาหนี้จะไม่ได้รับการแก้ไขได้ และ Bitcoin จะก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่โลกให้ความสำคัญ
- Bernstein ออกมายอมรับว่าปี 2026 ไม่ค่อยดีต่อ Bitcoin เท่าไรโดยภาคส่วนที่เติบโตมากที่สุดจะเกี่ยวข้องกับการแปลงโทเคนในหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
CZ อดีตแม่ทัพใหญ่แห่ง Binance และ Matt Cole ซีอีโอของ Strive ได้ออกมาเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา โดยเห็นพ้องว่าอนาคตของ Bitcoin จะสดใสกว่านี้อย่าตื่นตระหนกกับความผันผวนในปัจจุบัน แต่ทาง Bernstein กลับออกมายอมรับว่าปีนี้อาจไม่ใช่ปีของ Bitcoin ที่จะได้เป็นพระเอกแม้พวกเขาจะยังคงหวังให้ราคาทะยานขึ้นไปเหมือนกัน
แม้ว่าราคา Bitcoin ในปัจจุบันจะร่วงลงมาเคลื่อนไหวอยู่แถวๆ ระดับ 62,600 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ทะลุ 126,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 แต่บรรดาผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโตอย่าง Changpeng Zhao (CZ) อดีตซีอีโอของ Binance และ Matt Cole ซีอีโอของบริษัท Strive กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด แถมยังออกมาประสานเสียงแสดงความมั่นใจว่านี่ไม่ใช่จุดจบของเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกอย่างแน่นอน
CZ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า Bitcoin จะไม่ตายไปนานนัก พร้อมกับเตือนสตินักลงทุนว่าไม่ต้องตื่นตระหนก
ในขณะที่ฝั่งของ Matt Cole ไม่ได้แค่พูดให้กำลังใจเฉย ๆ แต่เขาเพิ่งประกาศว่า บริษัท Strive ได้ตัดสินใจเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 32 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 2.1 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 63,911 ดอลลาร์ต่อ BTC โดยเขาเชื่อมั่นว่าวิกฤตหนี้สาธารณะของรัฐบาลจะไม่มีทางดีขึ้น และค่าเงินจะเสื่อมมูลค่าลงเรื่อยๆ จนทำให้โลกต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่มี Bitcoin เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน
การออกมายืนยันของทั้งสองเกิดขึ้นในขณะที่กระแสการโจมตีเรื่อง Bitcoin ตายแล้วเริ่มกลับมาเป็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังมีเงินทุนไหลออกจากตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามด้าน Bernstein โบรกเกอร์ชื่อดังแห่งวอลล์สตรีท กลับมองว่าเงินที่ไหลออกเป็นเพียงแค่การวิ่งตามกระแสความคลั่งไคล้ใน AI เท่านั้น แต่ถ้าจะให้พูดตามตรงปี 2026 นี้เป็นปีของหุ้นโทเคนและสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น โทเคนน้ำมัน) มากกว่าจะเป็นปีของ Bitcoin
แต่ถึงแม้ราคาจะไม่กลับขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงแต่ Bernstein ชี้ว่าโครงสร้างของผู้ถือครอง Bitcoin ได้เปลี่ยนไปในวัฏจักรนี้อย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยเป็นรายย่อยเก็งกำไร ได้ขยับเข้ามาสู่รายใหญ่อย่างบริษัทคลังสำรอง, กองทุนความมั่งคั่ง, กองทุนเกษียณ และอื่นๆ
ด้วยเหตุนี้เองทั้ง Cole และ CZ จึงต่างมั่นใจว่าการร่วงลงมาของ Bitcoin กว่า 50% นั้นจะไม่ใช่จุดจบของ Bitcoin อย่างแน่นอน
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : หากอิงตามสถิติแล้ว Bitcoin เคยประสบกับการณ์ปรับฐานที่รุนแรงกว่านี้มากและแต่ละครั้งก็มาพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้ตลาดสูญเสียความเชื่อมั่น แต่ในคราวนี้ Bitcoin ยังไม่เจอกับเหตุการณ์ระดับวิกฤตเลยสักครั้ง นั่นจึงทำให้การปรับฐานในตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวที่ต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย

