bitkub-banner

BlackRock เผยเหตุผลจัดสรรพอร์ต 1 ถึง 2% ให้ Bitcoin ทำไมถึงสำคัญไม่แพ้หุ้นเทคฯ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock เผยว่าการลงทุนใน Bitcoin ได้มีความเสี่ยงลดลงมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีหากแบ่งสัดส่วนในพอร์ตไม่เกิน 1%-2%
  • พวกเขามองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยงสำหรับพอร์ตลงทุนหุ้น-พันธบัตร 60:40 หรือพอร์ตระยะยาว
  • การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้ทำการเปิดตัวกองทุนใหม่ในชื่อของ BITA ที่สร้างเงินปันผลให้กับการถือ Bitcoin ผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงิน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

BlackRock เผยว่าในปัจจุบัน Bitcoin ได้ลดความผันผวนลงมาจนมีระดับความเสี่ยงและพฤติกรรมราคาใกล้เคียงกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถแบ่งสัดส่วนเม็ดเงินประมาณ 1% ถึง 2% เข้ามาผสมผสานในพอร์ตโฟลิโอแบบดั้งเดิม 60:40 เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

BlackRock บริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ย้ำอีกครั้งว่า บทบาทการลงทุนใน Bitcoin ได้เปลี่ยนไปอย่างมากและจะสร้างผลกระทบด้านบวกอย่างเห็นได้ชัดในพอร์ต แม้จะแบ่งจัดสรรเงินลงทุนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์

บริษัทระบุว่า การลงทุน Bitcoin 1%-2% เป็นจำนวนที่สมเหตุผลมากสำหรับคนที่ยังเชื่อในศักยภาพของคริปโต แต่ไม่อยากให้ความเสี่ยงสร้างภาระผลกระทบให้กับพอร์ต 

BlackRock ยืนยันว่า Bitcoin เป็นการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาวของพอร์ต 60:40 และยังเสริมด้วยว่า Bitcoin มีความเสี่ยงในระดับที่พอกันกับหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างมากเพราะหมายความว่า Bitcoin ไม่ได้ผันผวนมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

การเคลื่อนไหวล่าสุดของ BlackRock เกิดขึ้นไม่นานนักหลังจากที่พวกเขาเพิ่งเปิดตัวกองทุนใหม่อย่าง iShares Bitcoin Premium Income ETF (BITA) ที่คราวนี้จะมาด้วยลูกเล่นใหม่อย่างการทำให้ Bitcoin สามารถจ่ายปันผลได้ประมาณ 15-25% ต่อปี

BITA จะใช้สูตรถือ Bitcoin + ขายสิทธิ์การซื้อ Covered Call Option โดยแบ่งสัดส่วนพอร์ตประมาณ 65% – 75% ไปถือ Spot Bitcoin หรือกองทุนหลักอย่าง IBIT เพื่อให้ราคาพอร์ตวิ่งตามราคา Bitcoin และจะเจียดพอร์ตประมาณ 25% – 35% ไปหาเงินสดผ่านการทำกลยุทธ์ Write Call Options บนกองทุน IBIT รายสัปดาห์ โดยค่าพรีเมียมหรือเงินกินเปล่าที่ได้จากการขายสัญญาออปชันในข้อ 2 จะถูกรวบรวมนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลรายเดือนให้แก่ผู้ถือลงทุน  

อย่างไรก็ดี กระแสการเปิดรับคริปโตของผู้จัดการกองทุนแลสถาบันการเงินในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่ Bitcoin อย่างเดียวอีกต่อไปและเริ่มมีการเปิดให้บริการ Spot Altcoin ETFs หลายเจ้า แต่สำหรับ BlackRock พวกเขายังคงเฝ้าระวังและจับตาการเติบโตของคริปโตอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ลืมที่จะย้ำเตือนถึงความไม่แน่นอนและความผันผวนของคริปโตเคอร์เรนซีด้วยเช่นกัน

ที่มา : Cryptopotato


มุมมองผู้เขียน : กองทุนใหม่อย่าง BITA ถือเป็นการเปิดประตูสู่ยุคการสร้างกระแสเงินสดของ Bitcoin อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่งเราก็หวังว่ามันจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากกลุ่มกองทุนเกษียณและนักลงทุนสายเน้นปันผลให้เข้ามาช่วยซับแรงขายและสร้างแนวรับใหม่ให้กับตลาดในสภาวะที่ราคาเคลื่อน Sideways