bitkub-banner

Peter Schiff ชี้ Strategy กำลังล่มสลายแต่สาวกยังนิ่งนอนใจ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาหุ้น MSTR ของบริษัท Strategy ดิ่งลงอย่างรุนแรงกว่า 80% จากจุดสูงสุดจนทำสถิติต่ำสุดในรอบ 23 เดือน ส่งผลให้นักวิจารณ์ชื่อดังอย่าง Peter Schiff ออกมาเตือนว่าบริษัทกำลังเผชิญภาวะล่มสลาย
  • นักวิจารณ์ประเมินว่าหากราคาหุ้นยังคงทรุดตัวลง Michael Saylor อาจถูกบีบให้ต้องขาย Bitcoin บางส่วนออกมารับซื้อหุ้นคืน ซึ่งกลไกนี้อาจกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ลากให้ราคาคริปโตเคอร์เรนซีดิ่งเหวตามไปด้วย
  • ด้านซีอีโอของ CryptoQuant แนะนำให้บริษัทหยุดไล่ซื้อเหรียญเพิ่มในเวลานี้และควรหันไปโฟกัสกับการสร้างเงินทุนสำรองรวมถึงวางแผนทยอยขายสินทรัพย์เพื่อลดภาระหนี้สินในช่วงตลาดขาขึ้นรอบถัดไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากกระแสข่าวเชิงลบเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและความเสี่ยงในการถูกบังคับขายสินทรัพย์ของรายใหญ่ที่สุดในตลาดจะทำลายความเชื่อมั่นและเร่งแรงเทขายในวงกว้าง

สถานการณ์ของบริษัท Strategy ผู้นำในการสะสม Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักจากนักวิจารณ์การเงินสายดั้งเดิม โดยเฉพาะ Peter Schiff ที่ออกมาระบุว่านักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังนิ่งนอนใจเกินไปกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา หลังจากราคาหุ้น MSTR ดิ่งลงไปแตะระดับ 103 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลดลงถึง 81% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และลดลงถึง 20% ภายในเวลาเพียงห้าวันทำการ

ความตกต่ำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับหุ้นสามัญ แต่ยังลามไปถึงหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ปรับตัวลดลงเกือบ 13% จนทำให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 13.2% ซึ่งตัวเลขที่สูงผิดปกติในตลาดตราสารหนี้เช่นนี้เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรงที่บ่งบอกว่านักลงทุนในตลาดกำลังตื่นตระหนกและหวั่นเกรงเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท

Schiff วิเคราะห์ว่าหากกลุ่มนักลงทุนสายชอร์ตฝั่งตรงข้ามยังคงกดดันราคาหุ้น MSTR ให้ต่ำลงเรื่อยๆ จะทำให้มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าของ Bitcoin ที่ถือครองอยู่จริงในงบดุล ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากถึง 847,363 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสถานการณ์เช่นนั้น ทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดของ Michael Saylor คือการตัดใจขาย Bitcoin ออกมาบางส่วนเพื่อนำเงินสดไปรับซื้อหุ้นคืนที่ราคาถูกกว่าความเป็นจริงเพื่อพยุงมูลค่าของบริษัท

ทว่ากลยุทธ์ดังกล่าวกลับเป็นเหมือนกับดักที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะปริมาณการถือครองเหรียญของ Strategy มีสัดส่วนที่ใหญ่มากจนการขยับตัวขายเพียงเล็กน้อยก็อาจจะจุดชนวนให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีพังทลายลงมาได้ทันที และเมื่อราคา Bitcoin ดิ่งลง สินทรัพย์ที่เหลืออยู่ในงบดุลของบริษัทก็จะสูญเสียมูลค่าตามไปด้วย ส่งผลให้แผนการพยุงราคาหุ้นล้มเหลวในที่สุด

ประเด็นความเสี่ยงนี้สอดคล้องกับมุมมองของ Ki Young Ju ซีอีโอของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล CryptoQuant ที่ออกมากระตุ้นให้ Strategy ประกาศระงับการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมชั่วคราวในเวลานี้ โดยเขาแนะนำว่าบริษัทควรหันไปให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกระแสเงินสดสำรองและการจัดสรรเงินปันผลให้มั่นคงเสียก่อน พร้อมทั้งเสนอแนะให้บริษัทจัดทำกรอบการขายสินทรัพย์ที่มีวินัยเพื่อนำเงินมาลดภาระหนี้สินในช่วงตลาดขาขึ้นรอบหน้า แทนที่จะทำตัวเป็นอ่างรองรับสภาพคล่องคอยไล่ซื้อเหรียญอย่างต่อเนื่องดังเช่นในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา: cryptopolitan


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าข้อจำกัดทางการเงินของ Strategy ในเวลานี้เริ่มเผยความเปราะบางออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดเมื่อต้องเจอกับสภาวะตลาดหมี ความพยายามในการฝืนตลาดด้วยการออกหุ้นใหม่เพื่อระดมทุนไปช้อนซื้อเหรียญเพิ่มในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันกลายเป็นกลยุทธ์ที่สร้างแรงกดดันย้อนกลับมาที่งบดุลของตัวเอง แม้ว่าทางบริษัทจะพยายามย้ำว่านี่คือแผนการลงทุนระยะยาวและเคยทดลองขายเหรียญออกไปเพียงจำนวนน้อยนิดเพื่อบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่หากราคาหุ้นยังคงดิ่งลงต่อเนื่องจนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างราคาหุ้นกับมูลค่าสินทรัพย์จริง แรงบีบจากเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นอาจจะทำให้บริษัทไม่มีทางเลือกและต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการเทขายเหรียญออกมา ซึ่งนักลงทุนรายย่อยควรรักษากระแสเงินสดและชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนของแผนการปรับโครงสร้างทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้ก่อนที่จะตัดสินใจครั้งสำคัญต่อไป