bitkub-banner

Mike McGlone จาก Bloomberg คาดการณ์ Tether อาจแซงหน้า Bitcoin ขึ้นเป็นคริปโตอันดับหนึ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mike McGlone นักกลยุทธ์มหภาคอาวุโสจาก Bloomberg Intelligence เชื่อว่าการที่ Stablecoin ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ Tether (USDT) แซงหน้ามูลค่าตลาดของ Bitcoin และขึ้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุดในอนาคต
  • McGlone ยังคงยึดมั่นในมุมมองเชิงลบต่อ Bitcoin โดยคาดการณ์ว่าอาจเผชิญกับการปรับฐานรุนแรงจนราคาดิ่งกลับไปที่ระดับ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากภาวะสภาพคล่องส่วนเกินในตลาดช่วงก่อนหน้ากำลังถูกชำระล้าง
  • มุมมองของเขายังครอบคลุมไปถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันดิบ WTI ที่อาจร่วงลงสู่ระดับ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นทั่วโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากบทวิเคราะห์จากนักกลยุทธ์ระดับสถาบันที่มองเห็นความเสี่ยงในระดับมหภาคและคาดการณ์ถึงการลดทอนมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยง จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงตลาดซบเซา

Mike McGlone นักกลยุทธ์มหภาคอาวุโสจาก Bloomberg Intelligence ได้ออกมาแสดงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับลำดับชั้นของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเขามองว่าอิทธิพลของ Stablecoin ที่มีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐหนุนหลังกำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ McGlone เชื่อมั่นว่าหากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป Tether (USDT) มีโอกาสสูงที่จะแซงหน้า Bitcoin ขึ้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้

เขาตั้งข้อสังเกตว่าความนิยมใน Tether ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะเทคโนโลยีของมันได้เลือกดอลลาร์สหรัฐมาเป็นชั้นฐานในการทำงาน (base layer) ท่ามกลางกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในภาคส่วนอื่นๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของโทเคนประเภทเก็งกำไรจำนวนมหาศาลที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลังจริง ซึ่งเขาเชื่อว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองครั้งใหญ่

นอกเหนือจากประเด็นเรื่อง Tether แล้ว McGlone ยังคงยืนยันมุมมองเชิงลบสุดโต่งต่อ Bitcoin โดยคาดการณ์ว่าราคาอาจทรุดตัวลงไปไกลถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่เคยซื้อขายกันก่อนยุคของการอัดฉีดสภาพคล่องและดอกเบี้ยต่ำ เขาประเมินว่าสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ที่เติบโตขึ้นมาในช่วงที่มีสภาพคล่องล้นระบบ จะต้องเผชิญกับกระบวนการลดหนี้หรือ deleveraging ครั้งใหญ่เพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ

ความเห็นของเขายังขยายไปถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นโลก โดยคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบ WTI อาจเผชิญแรงเทขายรุนแรงจนลงไปแตะระดับ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เข้าสู่วงจรราคาต่ำเพื่อฟื้นฟูตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี

ที่มา: u.today


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการออกมาให้ความเห็นของ Mike McGlone รอบนี้ถือเป็นการตีโจทย์สถานการณ์ที่ค่อนข้างท้าทายความเชื่อเดิมของตลาด แม้ว่าเป้าหมายราคา Bitcoin ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสุดโต่งและขัดกับภาพรวมความต้องการของสถาบันการเงินส่วนใหญ่ที่เข้ามาถือครอง ETF ในปัจจุบัน แต่การที่เขาหยิบยกเรื่อง “Tether flipping Bitcoin” มาเป็นประเด็นหลักนั้นน่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนว่าในโลกเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืดและขาดแคลนดอลลาร์ “Stablecoin” อาจจะกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการมากกว่า “สินทรัพย์ที่ผันผวน” สำหรับนักลงทุน นี่ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า Bitcoin อาจไม่ได้เป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่จะทำหน้าที่เป็นที่พักเงินในทุกสภาวะเศรษฐกิจเสมอไป และการมีอยู่ของ Stablecoin ขนาดใหญ่อาจเป็นตัวแปรใหม่ที่เปลี่ยนแปลงกลไกราคาของทั้งตลาดคริปโตเคอร์เรนซีไปอย่างสิ้นเชิง