bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้โมเดลกว้านซื้อ Bitcoin ของ Strategy มีสภาพคล้ายรถเข้าเกียร์ถอยหลัง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สถาบันการเงินในวอลล์สตรีทเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์การกว้านซื้อ Bitcoin ด้วยอัตราทดที่สูงของบริษัท Strategy โดยล่าสุดบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการความมั่งคั่ง Canaccord Genuity ได้ประกาศหั่นราคาเป้าหมายของหุ้น MSTR ลงจาก 163 ดอลลาร์สหรัฐเหลือเพียง 130 ดอลลาร์สหรัฐ
  • นักวิเคราะห์จาก Canaccord ได้เปรียบเทียบโมเดลธุรกิจของบริษัทว่าเหมือนกับรถยนต์ที่ขับถอยหลังได้แย่กว่าเดินหน้าในขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุน TD Cowen ก็ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงอย่างหนักจาก 400 ดอลลาร์สหรัฐเหลือ 260 ดอลลาร์สหรัฐเนื่องจากมุมมองเชิงลบต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
  • นักวิจารณ์ทางการเงิน Peter Schiff ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากภาระการจ่ายเงินปันผลของหุ้น STRC ที่อาจผลักดันให้บริษัทเข้าสู่วงจรมรณะและต้องเร่งเทขาย Bitcoin ออกมามากถึง 3.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรักษาสภาพคล่องจนกดดันให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากมุมมองเชิงลบจากสถาบันการเงินในวอลล์สตรีทที่พากันปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้นประกอบกับความกังวลเรื่องการเทขายสินทรัพย์เพื่อจ่ายเงินปันผลจะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวอลล์สตรีทต่อกลยุทธ์การกว้านซื้อ Bitcoin ด้วยการก่อหนี้และใช้อัตราทดหรือเลเวอเรจที่สูงของบริษัท Strategy กำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุดบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการความมั่งคั่ง Canaccord Genuity ได้ออกมาออกโรงเตือนพร้อมประกาศหั่นราคาเป้าหมายของหุ้น MSTR ลงจาก 163 ดอลลาร์สหรัฐเหลือเพียง 130 ดอลลาร์สหรัฐ

โดยทีมนักวิเคราะห์ได้เปรียบเปรยโมเดลการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทว่ามีสภาพคล้ายกับรถยนต์ที่ขับเดินหน้าได้ดีกว่าการเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลจาก VanEck ที่ระบุว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องปกติของเครื่องมือทางการเงินที่อาศัยเลเวอเรจ

กระแสการโจมตีโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาหนี้สินนี้ไม่ได้มาจาก Canaccord เพียงแห่งเดียว แต่ธนาคารเพื่อการลงทุนอย่าง TD Cowen ก็เพิ่งจะหั่นราคาเป้าหมายของหุ้น Strategy ลงอย่างหนักจาก 400 ดอลลาร์สหรัฐลงมาเหลือเพียง 260 ดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน แม้จะยังคงคำแนะนำให้ซื้อตามกรอบโครงสร้างเงินทุนใหม่ของบริษัทก็ตาม

โดยสาเหตุหลักของการปรับลดเป้าหมายมาจากแนวโน้มของตลาด Bitcoin ที่อ่อนแอลง ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างเตือนเป็นเสียงเดียวกันว่าเสน่ห์ของหุ้น MSTR ในฐานะเครื่องมือทางอ้อมสำหรับเก็งกำไรในคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเสื่อมมนต์ขลังลงเรื่อยๆ

สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อบริษัทได้ทำการกลับทิศทางนโยบายครั้งใหญ่ด้วยการอนุมัติให้มีการนำ Bitcoin ออกมาเทขายได้ โดยมีแผนที่จะขายเหรียญในคลังมูลค่ารวมสูงถึง 3.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินสดมาเติมเต็มทุนสำรองดอลลาร์ นำไปจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ และทำโครงการซื้อหุ้นคืน

ทางด้านนักวิจารณ์ทางการเงินชื่อดังอย่าง Peter Schiff ได้ออกมาเตือนว่าโครงการสร้างรายได้ด้วยการขายเหรียญนี้อาจเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่วงจรมรณะ โดยเขาอธิบายว่าผลตอบแทนปัจจุบันของหุ้น STRC พุ่งไปถึง 15% ซึ่งแปลว่าเพื่อที่จะดึงราคาหุ้นให้กลับไปอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจะต้องปรับเพิ่มอัตราเงินปันผลจาก 12% เป็น 15% ซึ่งจะยิ่งเร่งการเผาผลาญเงินสดและบีบให้บริษัทต้องรีบเทขาย Bitcoin มากขึ้นเพื่อรักษายอดเงินฝากขั้นต่ำเอาไว้

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่านี่คือช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินที่ Strategy สร้างขึ้นครับ การที่สถาบันการเงินหลายแห่งพากันรุมหั่นราคาเป้าหมายในเวลาไล่เลี่ยกันสะท้อนให้เห็นว่า วอลล์สตรีทเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงของโมเดลธุรกิจที่ผูกติดกับสินทรัพย์ผันผวนเพียงอย่างเดียว

การที่หุ้น MSTR ร่วงลงถึง 41% ในเดือนมิถุนายนและเตรียมทำสถิติปิดลบเป็นเดือนที่ 11 จาก 12 เดือนล่าสุด เป็นเครื่องยืนยันว่าการออกหุ้นบุริมสิทธิ STRC เพื่อหวังดึงดูดเม็ดเงินใหม่กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดบริษัทให้ต้องหาเงินมาจ่ายปันผลจนอาจต้องยอมเฉือนเนื้อขาย Bitcoin ในที่สุด ซึ่งในสภาวะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีไม่เอื้ออำนวย การใช้หนี้ขับเคลื่อนองค์กรจะยิ่งเป็นตัวเร่งให้บริษัทเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องได้ง่ายดายยิ่งขึ้น