bitkub-banner

นักลงทุน Ethereum รอบ 5 ปีเผชิญภาวะขาดทุนถ้วนหน้า หลังราคาดิ่งแตะระดับต้นปี 2021

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาเหรียญ Ethereum เผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยราคาดิ่งลงไปซื้อขายในระดับเดียวกับช่วงต้นปี 2021 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเกือบทั้งหมดที่เข้าซื้อเหรียญในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาต้องตกอยู่ในสภาวะขาดทุนสุทธิทันที
  • ตัวชี้วัดทางเทคนิคส่งสัญญาณเชิงลบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ย 200-week SMA ปรับตัวลดลงในทิศทางขาลง ประกอบกับแท่งเทียนรายเดือนปิดแดนลบถึง 8 แท่งจาก 10 แท่งล่าสุด ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มวาฬที่เริ่มเปิดสถานะชอร์ตขนาดใหญ่เพื่อเก็งกำไรในฝั่งขาลง
  • ระบบนิเวศของเครือข่ายกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างรอบด้าน ทั้งเม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุน Spot ETF อย่างต่อเนื่อง รายได้ของเครือข่ายเลเยอร์หนึ่งที่ลดลงหลังการอัปเกรด Dencun ปัญหาทางการเงินของ Ethereum Foundation และการย้ายออกของกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากโครงสร้างราคาที่พังทลายลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญในอดีต ร่วมกับปัจจัยลบเชิงโครงสร้างของเครือข่ายและกระแสเงินทุนไหลออกจะยิ่งซ้ำเติมให้บรรยากาศการลงทุนซบเซาและทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

สถานการณ์ของ Ethereum สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยราคาเหรียญได้ดิ่งลงอย่างรุนแรงจนกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงต้นปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่และการเปิดตัวกองทุน Spot ETF ในสหรัฐอเมริกา

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ผลกำไรที่เคยสะสมมาตลอดหลายปีถูกลบหายไปจนหมด และทำให้นักลงทุนระยะยาวเกือบทุกคนที่ตัดสินใจเข้าซื้อเหรียญในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับตัวเลขขาดทุนในพอร์ตทันที

ทางด้านนักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ชื่อดังอย่าง Jesse Olson ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงเทคนิคที่น่ากังวลว่า กราฟรายเดือนของ Ethereum กำลังจะทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ลดลงกว่าเดิม หลังจากราคาปิดต่ำกว่าแนวรับสำคัญอย่างสิ้นเชิง โดยสถิติล่าสุดชี้ว่าแท่งเทียนรายเดือนปิดเป็นสีแดงถึง 8 แท่งจาก 10 แท่งล่าสุด

นอกจากนี้ตัวเหรียญยังส่งสัญญาณเตือนฝั่งขาลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ นั่นคือเส้นค่าเฉลี่ย 200-week SMA ที่เริ่มหักหัวลงเป็นทิศทางขาลงอย่างชัดเจน พร้อมกับการฟอร์มตัวของกราฟในรูปแบบ Double Top ที่มีจุดสูงสุดใหม่ต่ำลงกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากการติดตามบล็อกเชนของ Onchain Lens ยังพบว่ามีกลุ่มวาฬรายใหญ่เปิดสถานะชอร์ตด้วยเลเวอเรจสูงถึง 25 เท่า มูลค่ารวมกว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเดิมพันว่าราคาจะดิ่งลงไปมากกว่านี้

วิกฤตราคาในครั้งนี้เกิดจากปัญหาที่ทับซ้อนกันหลายด้าน โดยเฉพาะกองทุน Spot ETF ที่เคยมุ่งหวังว่าจะสร้างแรงซื้อจากสถาบันการเงินกลับกลายมาเป็นปัจจัยกดดันหลักเนื่องจากมีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการจากกลุ่มทุนสถาบันก็เริ่มเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ Ethereum ยังได้รับผลกระทบจากแผนการพัฒนาเพื่อขยายสเกลของตัวเอง โดยการอัปเกรด Dencun ที่ผ่านมาส่งผลให้รายได้ในชั้นฐานหรือ Layer-1 ลดลงอย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรหลักอย่าง Ethereum Foundation ก็กำลังเผชิญกับมรสุมทางการเงินควบคู่ไปกับการย้ายออกของกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทยอยละทิ้งระบบนิเวศนี้ไป อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ Tom Lee ประธานบริหารของ Bitmine Technologies และนักวิเคราะห์จาก Fundstrat ยังคงแสดงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยได้ออกมาเตือนสติไม่ให้นักลงทุนตื่นตระหนกและรีบตัดสินใจเทขายสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดกำลังย่ำแย่

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่ามรสุมที่ Ethereum กำลังเผชิญในเวลานี้คือภาพสะท้อนของวิกฤตวัยกลางคนในโลกบล็อกเชน การที่ราคาหลุดแนวรับจนทำให้คนที่ถือยาวมา 5 ปีต้องติดดอยกันถ้วนหน้าแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมอันยิ่งใหญ่อย่าง The Merge หรือความสำเร็จในการผลักดัน ETF ไม่สามารถค้ำจุนราคาได้หากขาดกระแสเงินสดและโมเดลทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

การอัปเกรด Dencun แม้จะช่วยลดค่าแก๊สให้กับเครือข่ายเลเยอร์สองได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำลายล้างรายได้ของเครือข่ายหลักจนทำให้เหรียญสูญเสียสภาวะเงินฝืดที่เคยเป็นจุดขายสำคัญไป สภาวะที่นักพัฒนาเริ่มย้ายออกและวาฬหันมาเปิดสถานะชอร์ตถล่มราคาแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า Ethereum กำลังสูญเสียเสน่ห์ในการดึงดูดเม็ดเงินใหม่ให้กับเชนคู่แข่งที่สดใหม่กว่า

แต่อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซีมักจะสอนเราเสมอว่าช่วงเวลาที่ทุกคนยอมจำนนและมองว่าโปรเจกต์กำลังจะตาย มักจะเป็นจุดที่แรงเทขายสิ้นสุดลง หากมองในแง่บวก การที่ตัวเหรียญถูกล้างมูลค่าลงมาจนเหลือแต่ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงอาจเป็นโอกาสดีให้เครือข่ายได้กลับไปตั้งหลักและพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในวัฏจักรเปิดรับนวัตกรรมรอบใหม่