bitkub-banner

Peter Brandt เตือนแผนขาย Bitcoin ของ Strategy อาจเป็นแค่ระลอกแรกก่อนเทขายครั้งใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Peter Brandt นักเทรดระดับตำนานเตือนว่ากรอบกฎหมายใหม่ของบริษัท Strategy ที่เปิดทางให้ขาย Bitcoin อาจจุดชนวนการเทขายครั้งใหญ่ในตลาดที่รุนแรงเกินกว่ามูลค่าที่ตั้งไว้
  • ความเคลื่อนไหวนี้ทำลายกฎเหล็กดั้งเดิมของ Michael Saylor ที่ตั้งใจจะไม่ขาย Bitcoin ตลอดไปลงอย่างสิ้นเชิงหลังพอร์ตเริ่มเผชิญกับตัวเลขขาดทุนทางบัญชีมหาศาล
  • ปัญหาหนี้สินและต้นทุนการชำระดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำในช่วงฤดูร้อนอาจบีบให้บริษัทจำเป็นต้องใช้ช่องทางนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากคำเตือนจากนักเทรดระดับโลกเกี่ยวกับความจำเป็นในการเทขายสินทรัพย์เพื่อประคองหนี้ขององค์กรวาฬรายใหญ่ที่สุดจะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นและเพิ่มแรงกดดันในฝั่งขาลงอย่างรุนแรง

Peter Brandt นักเทรดระดับตำนานในตลาดการเงิน ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อกรณีที่บริษัท Strategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor ได้เตรียมกรอบกฎหมายรองรับการขาย Bitcoin มูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเขามองว่าแผนการดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหันตภัยทางการเงินที่ลุกลามใหญ่โต และเงินจำนวนนี้อาจเป็นเพียงแค่ยอดการเทขายระลอกแรกเท่านั้นหากบริษัทเผชิญกับภาวะคับขันจนควบคุมไม่ได้

แม้ว่าทางกลุ่มผู้บริหารจะไม่ได้ประกาศว่าจะทำการเทขายเหรียญดิจิทัลในคลังออกมาในทันที แต่การเปิดช่องทางทางกฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นการทลายหลักการดั้งเดิมของ Saylor ที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันขาย Bitcoin ออกมาโดยเด็ดขาด การรับรองความเป็นไปได้ในการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไปจากบอร์ดบริหารได้สร้างความหวั่นไหวให้กับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดที่กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ทัศนคติของบริษัทเปลี่ยนไปมาจากตัวเลขทางการเงินในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ที่ค่อนข้างย่ำแย่ โดยราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้พอร์ตการถือครองเหรียญจำนวนกว่า 847,000 เหรียญตกลงไปอยู่ในสภาวะขาดทุนทางบัญชีมหาศาลกว่า 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดซื้อขายด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิถึง 38% และทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทลดลงเหลือเพียง 3.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทยังต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนักจากภาระหนี้สินที่เคยก่อไว้ในช่วงตลาดกระทิงเพื่อนำมาไล่ซื้อ Bitcoin ซึ่งในปัจจุบันต้นทุนในการชำระดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้ได้พุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับวิกฤต โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้บางตัวของบริษัทได้ทะยานขึ้นไปถึง 18% แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังต้องการเงินสดอย่างเร่งด่วนเพื่อมาประคองสถานะทางการเงินขององค์กร

Brandt ประเมินว่าหากราคา Bitcoin ยังคงซบเซาและบีบให้บริษัทต้องเลือกใช้ช่องทางทางกฎหมายนี้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ วงเงิน 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจะช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียงแค่ระยะสั้น และหากสภาวะตลาดปัจจุบันที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 58,922 ดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกฝั่งผู้ขายเข้าควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ การหลุดแนวรับสำคัญอย่างเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ก็อาจจะเปลี่ยนจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้กลายเป็นชนวนเหตุที่เร่งให้ออเดอร์เทขายถล่มลงมาในกระดานเทรดที่มีสภาพคล่องต่ำในช่วงฤดูร้อนนี้จนเกิดการดิ่งลงของราคาอย่างรุนแรง

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการวิเคราะห์ของ Peter Brandt สะท้อนถึงความเป็นจริงที่โหดร้ายของโลกการเงินเมื่อกลยุทธ์ที่พึ่งพาเลเวอเรจเริ่มทำงานในทิศทางตรงกันข้าม การที่กฎเหล็กของการไม่ขายเหรียญถูกทำลายลงไปคือสัญญาณเตือนว่าสถานการณ์ภายในของ Strategy อาจจะตึงเครียดกว่าที่หลายคนคาดคิด

แม้ว่าทางบริษัทจะพยายามชี้แจงว่าเป็นเพียงแผนสำรอง แต่สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว ความไม่แน่นอนเพียงเล็กน้อยจากวาฬตัวใหญ่ที่สุดก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตระหนกได้

หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐลงไป แรงกดดันทางจิตวิทยาบวกกับแผนการเทขายนี้อาจเปลี่ยนสภาวะตลาดหมีซบเซาให้กลายเป็นการเทขายตื่นตระหนกครั้งใหญ่ที่ลากให้ตลาดเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากยาวนานขึ้น นักลงทุนจึงต้องระมัดระวังและติดตามปริมาณการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินฝั่งสถาบันอย่างใกล้ชิดในระยะนี้