bitkub-banner

กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ Google, Visa และ BlackRock ผนึกกำลังเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ใหม่ $OUSD ท้าชน USDC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สตาร์ทอัป Open Standard ประกาศเปิดตัวเหรียญ Stablecoin สกุลใหม่ในชื่อ Open USD หรือ OUSD ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินและเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 140 แห่งเพื่อมุ่งเน้นการใช้งานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินและการชำระราคาในระดับสากล
  • ความโดดเด่นของเหรียญ OUSD คือการใช้โมเดลการกำกับดูแลแบบกลุ่มพันธมิตรที่ไม่มีใครเป็นผู้ควบคุมเพียงผู้เดียวและเปิดโอกาสให้บริษัทที่เข้าร่วมสามารถแบ่งปันผลกำไรจากทุนสำรองร่วมกันได้ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายมีส่วนได้ส่วนเสียในการผลักดันเครือข่ายให้เติบโต
  • โครงการนี้อยู่ภายใต้การนำของ Zach Abrams ซีอีโอจากบริษัท Bridge ซึ่งควบรวมกิจการกับ Stripe โดยตัวเหรียญจะมาพร้อมกับจุดเด่นในการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเสกและแลกคืนเหรียญรวมถึงไม่มีการจำกัดเพดานการผลิตเพื่อรองรับปริมาณการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลกได้อย่างไร้รอยต่อ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจาก OUSD เป็น Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของราคาคริปโตเคอร์เรนซีในกระดานเทรดแต่ในระยะยาวจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินและผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบนิเวศการเงินแบบกระจายศูนย์ได้มหาศาล

วงการสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อสตาร์ทอัปชื่อ Open Standard ได้ประกาศเปิดตัว Open USD หรือ OUSD ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin สกุลใหม่ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินระดับโลก โดยโครงการนี้สร้างความฮือฮาด้วยการผนึกกำลังกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินและเทคโนโลยีมากกว่า 140 แห่ง

ไม่ว่าจะเป็น Visa BlackRock Google Stripe Mastercard Coinbase BNY Ripple Shopify Bybit OKX และ Solana ซึ่งการรวมตัวของระบบการเงินดั้งเดิมและแพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เครือข่ายคู่แข่งสามารถตกลงใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้

สิ่งที่ทำให้ OUSD แตกต่างจากเหรียญเจ้าตลาดอย่าง Tether หรือ USDC คือการใช้โมเดลการบริหารงานแบบกลุ่มพันธมิตรหรือ Consortium ซึ่งจะไม่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งผูกขาดการเป็นผู้ออกเหรียญเพียงผู้เดียว แต่จะเป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับพาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วม

โดยบริษัทเหล่านี้จะได้รับส่วนแบ่งกำไรที่เกิดจากสินทรัพย์ค้ำประกันของ OUSD หลังจากหักค่าธรรมเนียมการจัดการเพียงเล็กน้อย โครงสร้างนี้ช่วยแก้ปัญหาที่เคยถูกวิจารณ์ในอดีตว่าผลประโยชน์มักตกอยู่กับผู้ออกเหรียญเพียงฝ่ายเดียว และยังเป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้พาร์ทเนอร์ทุกรายอยากผลักดันให้คนหันมาใช้งานเหรียญนี้มากขึ้น

ในด้านการใช้งานจริง OUSD ถูกออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการสร้างเหรียญใหม่และการแลกคืนเหรียญ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทและผู้ใช้งานทั่วไปได้อย่างมหาศาลเมื่อต้องทำธุรกรรมที่มีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังไม่มีการตั้งขีดจำกัดหรือเพดานการผลิตเหรียญ

ทำให้ปริมาณเหรียญในระบบสามารถขยายตัวได้ตามความต้องการที่แท้จริงของตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเครือข่ายการชำระเงินที่ต้องการรองรับปริมาณการทำธุรกรรมระดับโลกโดยไม่ให้เกิดปัญหาคอขวด

โครงการนี้อยู่ภายใต้การนำทัพของ Zach Abrams ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Bridge ซึ่งเป็นบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ที่ถูกควบรวมกิจการโดย Stripe การที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ Open Standard ถือเป็นการรับประกันว่าโปรเจกต์นี้มีรากฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและไม่ได้มีแค่รายชื่อพาร์ทเนอร์สวยหรูเท่านั้น โดยคาดว่า OUSD จะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2026 นี้

ที่มา: joinopenstandard


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าความเคลื่อนไหวในครั้งนี้คือการประกาศสงครามครั้งใหญ่ในตลาด Stablecoin ครับ การที่ยักษ์ใหญ่ระดับ Visa Mastercard และ Google ยอมจับมือกับกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำเพื่อหนุนหลัง OUSD ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งเค้กผลกำไรจากทุนสำรองแทนที่จะปล่อยให้บริษัทอย่าง Tether หรือ Circle กวาดรายได้ไปฝ่ายเดียว การชูจุดขายเรื่องไม่มีค่าธรรมเนียมเสกและแลกคืนเหรียญถือเป็นการโจมตีจุดอ่อนของคู่แข่งได้อย่างตรงจุด ซึ่งหาก OUSD สามารถเปิดใช้งานและรองรับปริมาณธุรกรรมมหาศาลได้จริงตามที่กล่าวอ้าง มันอาจจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่เชื่อมโยงโลกการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับโลก Web3 ได้อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้ครับ