สรุปข่าว
- Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Strategy เปิดเผยว่าทางบริษัทได้ทำการเทขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น
- การเทขายเหรียญในครั้งนี้ถือเป็นการขายครั้งที่สามนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งส่งผลให้ยอดการถือครอง Bitcoin ของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 843,775 เหรียญควบคู่กับเงินสดสำรองที่ระดับ 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากที่เคยเน้นซื้อและถือครองระยะยาวมาเป็นการเทขายเพื่อรักษาสภาพคล่องและนำเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนจนส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงไปทดสอบระดับ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากท่าทีของวาฬระดับองค์กรที่จำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์ออกมาเพื่อนำเงินไปครอบคลุมภาระผูกพันด้านเงินปันผลได้สร้างความตื่นตระหนกและเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานให้กับตลาดในระยะสั้น
Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้ง Strategy ได้ออกมาประกาศข่าวที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดอีกครั้ง โดยยืนยันว่าบริษัทได้ทำการเทขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2026 เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสสำหรับหุ้นบุริมสิทธิซีรีส์ STRF STRE STRK และ STRD รวมถึงเงินปันผลรายเดือนของซีรีส์ STRC
การตัดสินใจเทขายสินทรัพย์ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจาก Strategy เป็นบริษัทที่สร้างชื่อเสียงมาจากการเป็นผู้ถือครอง Bitcoin แบบยอมตายเอาดาบหน้าและแทบจะไม่เคยแตะต้องเหรียญในคลังสำรองเลย การขายครั้งนี้ถือเป็นเพียงครั้งที่สามนับตั้งแต่ปี 2022 โดยก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งจะขายออกไปเพียง 32 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 77,135 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ทว่าการเทขายลอตล่าสุดนี้กลับมีปริมาณมากกว่าเดิมถึงร้อยเท่าและขายออกในราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่ามากคือประมาณ 60,201 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ
ปัจจุบัน Strategy ยังคงมีสถานะเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกด้วยจำนวน 843,775 BTC พร้อมด้วยเงินสดสำรองอีก 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเลือกใช้วิธีเทขายคริปโตเคอร์เรนซีแทนการดึงเงินสดสำรองหรือการระดมทุนใหม่เพื่อมาจ่ายปันผล สะท้อนให้เห็นว่าภาระผูกพันทางการเงินเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่องบดุลขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นที่ทำให้ตลาดเกิดความตื่นตระหนกไม่ใช่แค่มูลค่าของเหรียญที่หายไป แต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลาและความคาดหวังที่ผิดพลาด ก่อนหน้านี้ Michael Saylor ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทเพิ่งจะออกมาโพสต์ข้อความที่ทำให้นักลงทุนต่างตีความและเฝ้ารอคอยการประกาศเข้าซื้อ Bitcoin ล็อตใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน
ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์กลับกลายเป็นการหั่นยอดการถือครองลงอย่างสวนทางกับความคาดหวัง ข่าวการระบายเหรียญออกสู่ตลาดเพื่อนำไปใช้จ่ายตามนโยบายบริหารเงินทุนและจ่ายเงินปันผลได้กลายเป็นปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลให้ราคาเหรียญเผชิญกับแรงเทขายและร่วงหล่นลงอย่างฉับพลัน

ที่มา: SEC
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการเคลื่อนไหวของ Strategy ในรอบนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญให้กับตลาด การละทิ้งกลยุทธ์สะสมเพียงอย่างเดียวมาเป็นการระบายสินทรัพย์เพื่อหมุนเวียนสภาพคล่องย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความยั่งยืนในการบริหารจัดการกระแสเงินสดของบริษัท หากในอนาคตราคาของ Bitcoin ยังคงปรับตัวลดลงหรือผันผวนอย่างหนัก บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเทขายเหรียญออกมาอีกเพื่อรักษาสถานะทางการเงินและจ่ายเงินปันผลตามสัญญา ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันใหม่ที่คอยสกัดกั้นการฟื้นตัวของราคา ทันทีที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาราคา Bitcoin ก็ได้ปรับตัวร่วงลงไปหลุดระดับ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนจะพยายามสร้างฐานใหม่บริเวณ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนจึงควรติดตามทิศทางการบริหารกระแสเงินสดของวาฬองค์กรรายนี้อย่างใกล้ชิด

