bitkub-banner

นักลงทุนเซ็ง ราคากาแฟเดือนเดียวพุ่งแรงกว่าถือ Ethereum มานานกว่า 5 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สาวก Ethereum ต้องเจอกับเรื่องช้ำใจเมื่อข้อมูลเผยว่าการถือเหรียญมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมานั้น ยังไม่กำไรเท่ากับราคาเมล็ดกาแฟที่ดีดตัวสูงขึ้นในหนึ่งเดือน
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคากาแฟโลกทะยานขึ้นอย่างรุนแรงเกิดจากกลไกตลาดที่ไม่สมดุล เนื่องจากความต้องการบริโภคยังสูงแต่สต๊อกสินค้าลดลงเพราะหลายสาเหตุ
  • ส่วนการที่ ETH ยังคงดิ่งลงต่อเนื่อง มาจากภาพรวมตลาดคริปโตที่เป็นขาลง ร่วมกับปัจจัยลบภายในองค์กรของ Ethereum Foundation ที่มีปัญหาความเชื่อมั่น

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาของกาแฟ สามารถทำผลตอบแทนเอาชนะ Ethereum ไปได้อย่างเหลือเชื่อ จนเหล่าสาวกที่ติดดอยมานานกว่า 5 ปี ต้องออกมาตัดพ้อถึงความไร้ซึ่งศักยภาพของพี่รองแห่งวงการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดแล้วกว่า 58% ในขณะที่ราคากาแฟได้พุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 40% 

ในช่วงที่ตลาดปรับตัวเป็นขาลง คอนเทนต์การเหน็บแนมวิจารณ์ศักยภาพคริปโตเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ล้วนเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วไปไม่ขาดสาย แต่ใครจะไปเชื่อว่าราคา “กาแฟ” จะสามารถแซงหน้าจนเอาชนะพี่รองอย่าง Ethereum ไปแล้ว

Ash Crypto อินฟลูฯ สายคริปโตชื่อดังรายหนึ่งได้ทำการเปรียบเทียบว่าตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา Ethereum ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ หากนักเทรดยังคงถือเหรียญเอาไว้อยู่ตอนที่เข้าซื้อในราคา $4,200 จวบจนถึงปัจจุบัน นักเทรดจะยังคงขาดทุนอยู่กว่า -58%

แม้ในช่วงปี 2025 ราคาของ Ethereum จะสามารถไต่ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ที่ $4,950 แต่ขาขึ้นในรอบนั้นก็สั้นเสียเหลือเกินจนยากที่ใครหลายคนจะขายออกได้ทัน ในขณะที่ฝั่งยอมอดทนถือต่อเพื่อหวังว่าราคาจะไปสูงกว่าก็ต้องพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่

กลับกันในช่วงตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาของเมล็ดกาแฟกลับดีดตัวพุ่งขึ้นสวนทาง  จากจุดต่ำสุดที่ $2.50 เป็น $3.52 ต่อปอนด์ หรือพุ่งขึ้นมาราว 40% เยอะกว่าการถือ Ethereum จากราคา 4,200 ไปยัง $4,900 เสียอีก

สำหรับสาเหตุที่ราคากาแฟพลิกกลับขึ้นมาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเดือนที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลมาจาก กลไกตลาดที่ไม่สมดุลโดยความต้องการบริโภคยังคงสูงแต่กาแฟที่มีในสต๊อกลดลงอย่างมากทำให้เริ่มเกิดการตุนสำรอง ประกอบกับต้นทุนที่สูงขึ้นเพราะสงคราม ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงปัญหาเรื่องสภาพอากาศในประเทศส่งออกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ จนทำให้ผลผลิตลดลง

ส่วนการที่ราคา Ethereum ที่ยังร่วงลงต่อเนื่องและ underperform สินทรัพย์อื่น หลักๆ แล้วก็มาจากสภาพตลาดคริปโตที่ยังคงเป็นขาลง ร่วมด้วยปัจจัยภายในของ Ethereum ที่อ่อนแอจากการปฏิรูปองค์กร EF ที่มีผู้บริหารจำนวนมากทยอยลาออก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ในเวลานี้ Ethereum อาจจะดูเพลี่ยงพล้ำให้กับมูลค่าของกาแฟไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบทสรุปที่ถาวร เพราะเมื่อใดก็ตามที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมาคึกคักอีกครั้ง เหรียญพี่รองแห่งวงการก็พร้อมที่จะพลิกฟื้นและกลับมาเฉิดฉายได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ตลาดมีแรงหนุนสำคัญจากกองทุน ETF เข้ามารองรับ 


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้และไม่แปลกอะไร เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความตึงเครียดสูง สินค้าโภคภัณฑ์ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันย่อมมีการปรับตัวขึ้นสูงเสมอ ต่างจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Ethereum ที่ยังคงต้องพึ่งพาการใช้งานจริงและการเก็งกำไรอยู่