bitkub-banner

ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2% เพื่อสกัดวิกฤตค่าเงินเยนอ่อนค่า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเตือนว่าหน่วยงานอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วในปีนี้จนอาจทะลุระดับ 2% เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยน
  • ค่าเงินเยนดิ่งลงกว่า 60% ตั้งแต่ปี 2021 มาอยู่ที่ระดับ 162.36 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐและลดลงอีก 3% ในปีนี้ แม้ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 1% และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษแล้วก็ตาม
  • การเร่งขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อตลาด Bitcoin ผ่านทฤษฎีการดึงเงินทุนที่เคยกู้ยืมเงินเยนราคาถูกกลับคืน ทว่าในระยะหลังพบว่าเงินเยนและ Bitcoin มีความสัมพันธ์เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากมาตรการทางการเงินของญี่ปุ่นส่งผลกระทบสองด้านที่ขัดแย้งกันต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีทั้งความเสี่ยงจากการดึงสภาพคล่องกลับและปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้ โดยอาจพุ่งสูงเกินกว่า 2% เพื่อรับมือกับวิกฤตการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นคำเตือนล่าสุดจาก Tsutomu Watanabe อดีตเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางและศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นขยับมาอยู่ที่ 1% หลังจากการปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 2.8% ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบกว่า 3 ทศวรรษ ทว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่สามารถหยุดยั้งการร่วงลงของเงินเยนได้ โดยเงินเยนอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 60% ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 มาอยู่ที่ 162.36 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเฉพาะในปีนี้ก็ทรุดตัวลงไปอีก 3% ซึ่งนับเป็นการลดลงที่รุนแรงสำหรับหนึ่งในสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก

การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ อาจช่วยพยุงค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้นได้ แต่ประเด็นที่นักลงทุนในตลาดกำลังถกเถียงกันคือสิ่งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อราคา Bitcoin กันแน่ ทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อถือกันมานานระบุว่า

การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยนอาจไปกระตุ้นให้เกิดการแห่ปิดสถานะซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้ว หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินกู้ยืมต้นทุนต่ำในสกุลเงินเยนมาตลอดหลายปี หากเกิดการดึงเงินทุนกลับ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ก็อาจจะร่วงลงอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีดั้งเดิมดังกล่าวเริ่มถูกลดความน่าเชื่อถือลงในระยะหลัง เนื่องจากข้อมูลทางสถิติเผยให้เห็นว่าเงินเยนและ Bitcoin มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกต่อกันอย่างเหนียวแน่น โดยทั้งสองสินทรัพย์ต่างพากันกอดคอร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายยังเตือนว่า การเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอาจยิ่งไปซ้ำเติมฐานะทางการคลังที่เปราะบางอยู่แล้วของประเทศญี่ปุ่นให้ย่ำแย่ลงไปอีก ซึ่งทำให้สถานการณ์ในภาพรวมมีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า นโยบายการเงินของญี่ปุ่นกำลังเป็นตัวแปรซ่อนเร้นที่นักลงทุน Bitcoin ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าความกังวลเรื่องการดึงสภาพคล่องกลับผ่านระบบกู้ยืมเงินเยนจะสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยา แต่ความสัมพันธ์ของราคาทั้งสองสินทรัพย์ที่วิ่งไปในทิศทางเดียวกันในช่วงหลังสะท้อนว่า Bitcoin ถูกมองเป็นสินทรัพย์ทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการเสื่อมค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเช่นกัน ดังนั้นตราบใดที่ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าและกดดันสินทรัพย์อื่นทั่วโลก การเคลื่อนไหวของ BOJ อาจจะยังไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงทันที แต่เป็นการสร้างกรอบราคาที่ผันผวนและบีบให้ตลาดต้องปรับสมดุลครั้งใหญ่ในระยะยาว