bitkub-banner

ออสเตรเลียจ่อยกเลิกส่วนลดภาษี 50% จากกำไรคริปโทฯ เริ่มใช้ ก.ค. 2027

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ออสเตรเลียเตรียมยกเลิกส่วนลดภาษีกำไรจากสินทรัพย์ 50% สำหรับการถือครองเกิน 12 เดือน ครอบคลุมทั้ง คริปโทฯ หุ้น และอสังหาริมทรัพย์
  • ระบบใหม่จะปรับต้นทุนตามเงินเฟ้อ พร้อมกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ 30% สำหรับกำไรสุทธิจากสินทรัพย์
  • กำไรที่สะสมก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ยังใช้สิทธิเดิม แต่นักลงทุนต้องมีข้อมูลเพียงพอสำหรับแยกกำไรก่อนและหลังวันเปลี่ยนระบบ

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมยกเครื่องภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่ โดยจะยกเลิกส่วนลด 50% สำหรับสินทรัพย์ที่ถือเกิน 12 เดือน ครอบคลุมทั้งคริปโท หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ระบบใหม่จะหันมาใช้การปรับต้นทุนตามเงินเฟ้อควบคู่กับอัตราภาษีขั้นต่ำ 30% ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มมีภาระภาษีสูงขึ้น และต้องเก็บข้อมูลธุรกรรมละเอียดกว่าเดิม ขณะที่กำไรที่สะสมก่อนวันเปลี่ยนผ่านยังใช้สิทธิเดิมได้ แต่นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ต่อเนื่องต้องแยกคำนวณกำไรก่อนและหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 อย่างชัดเจน

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมปรับโครงสร้างภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ หรือ Capital Gains Tax (CGT) โดยยกเลิกสิทธิลดหย่อน 50% สำหรับสินทรัพย์ที่ถือครองมานานเกิน 12 เดือน ครอบคลุมทั้ง คริปโทเคอร์เรนซี หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027

กฎหมายปฏิรูปภาษีดังกล่าวผ่านร่างในปี 2026 และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบ CGT ครั้งใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียในรอบ 25 ปี โดยจะกระทบวิธีคำนวณภาษีของนักลงทุนรายย่อยที่ขายสินทรัพย์และรับรู้กำไรจริง

ภายใต้ระบบปัจจุบัน นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์นานกว่า 12 เดือนสามารถนำกำไรเพียง 50% ไปคำนวณภาษี ตัวอย่างเช่น หากมีกำไร 2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จะมียอดที่ต้องนำไปคำนวณภาษีเพียง 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ส่วนลดแบบเหมาจ่าย 50% จะถูกแทนที่ด้วยกลไกหลัก 2 ส่วน ได้แก่ การปรับต้นทุนตามดัชนีเงินเฟ้อ หรือ Cost-Base Indexation และการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ 30% สำหรับกำไรสุทธิจากการขายสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ระบบใหม่

การปรับต้นทุนตามเงินเฟ้อหมายถึง การนำราคาที่นักลงทุนจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์มาปรับเพิ่มตามระดับเงินเฟ้อ ก่อนคำนวณกำไรที่แท้จริงจากการขาย เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนต้องเสียภาษีจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเพียงเพราะค่าเงินลดลง

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนซื้อ Bitcoin ที่ราคา 60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และขายที่ 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หากราคาต้นทุนหลังปรับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 ดอลลาร์ กำไรที่นำไปคำนวณภาษีจะอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์ แทนที่จะเป็นส่วนต่างเต็มจำนวน 40,000 ดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน การกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ 30% อาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มมีภาระภาษีสูงขึ้น โดยผลกระทบจะแตกต่างกันตามระดับรายได้ ราคาต้นทุน ระยะเวลาถือครอง และอัตราเงินเฟ้อ

ระบบใหม่ยังเพิ่มความซับซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล นักลงทุนต้องบันทึกวันที่ซื้อ ราคาต้นทุน ค่าธรรมเนียม และมูลค่าของสินทรัพย์ให้ละเอียด เพื่อใช้คำนวณกำไรที่อยู่ภายใต้ระบบเดิม และระบบใหม่แยกจากกัน

กำไรก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ยังใช้สิทธิเดิม

กฎหมายกำหนดมาตรการเปลี่ยนผ่าน โดยกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและสะสมขึ้นก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 จะยังได้รับสิทธิลดหย่อน 50% ตามระบบเดิม ส่วนกำไรที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันดังกล่าวจะคำนวณภายใต้ระบบใหม่

นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ข้ามวันเปลี่ยนผ่านจึงต้องแยกกำไรออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ กำไรก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 และกำไรหลังจากวันดังกล่าว แม้จะขายสินทรัพย์ทั้งหมดในธุรกรรมเดียวกันภายหลัง

สำหรับสินทรัพย์ที่เก็บไว้บนกระดานเทรดคริปโท การตรวจสอบมูลค่าตลาด ณ วันเปลี่ยนผ่านอาจทำได้จากประวัติราคา และข้อมูลบัญชีของแพลตฟอร์ม

ส่วนสินทรัพย์ที่เก็บในกระเป๋าเงินส่วนตัว หรือ Self-Custody Wallet นักลงทุนต้องเตรียมหลักฐานเพิ่มเติม เช่น ประวัติธุรกรรมบนบล็อกเชน แหล่งอ้างอิงราคา และข้อมูลการโอนระหว่างกระเป๋า เพื่อยืนยันราคาต้นทุนและมูลค่าตลาด


มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนคริปโทในออสเตรเลียกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีครั้งใหญ่ ซึ่งอาจกระทบทั้งภาระในการจ่ายภาษี และวิธีการบริหารพอร์ตคริปโทฯ แม้ระบบปรับต้นทุนตามเงินเฟ้อจะช่วยอัตรากำไรในการคำนวณภาษีลดลงบางส่วน แต่การยกเลิกส่วนลด 50% และเพิ่มเงื่อนไขการคำนวณใหม่ อาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มเสียภาษีมากขึ้นและต้องจัดเก็บข้อมูลที่ซับซ้อนกว่าเดิม