สรุปข่าว
- Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance โพสต์ผ่าน X หลังเกิดเหตุช่องโหว่ของ Coldcard โดยยกกรณี Trust Walletที่เคยสูญเสียสินทรัพย์กว่า 12 ล้านดอลลาร์ จากบั๊กในระบบสร้างตัวเลขสุ่ม ซึ่งเป็นช่องโหว่ลักษณะเดียวกับที่กำลังถูกพูดถึงในกรณี Coldcard
- CZ ระบุว่าไม่มีทั้ง Hardware Wallet หรือ Software Wallet ที่ปลอดภัย 100% พร้อมย้ำว่า “ Software ย่อมมีข้อผิดพลาดได้เสมอ สิ่งสำคัญคือคนที่อยู่เบื้องหลังจะรับมือกับมันอย่างไร” โดยชี้ว่าหัวใจสำคัญคือผู้พัฒนาจะรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา
- Trust Wallet ชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้งานทั้งหมดจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ CZ แนะนำให้ผู้ถือคริปโตกระจายสินทรัพย์ไว้หลาย Wallet เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดจุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin หรือคริปโตโดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังคงมีอยู่ไม่ว่าจะเป็น Hardware Wallet หรือ Software Wallet ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานบางส่วนในระยะสั้น
หลังจากเหตุการณ์ของ Coldcard Hardware Wallet ที่สร้างความเสียหายหลายสิบล้านดอลลาร์ Changpeng Zhao หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่าน X โดยระบุว่ากรณีลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Hardware Wallet เพียงอย่างเดียว แต่ Trust Wallet ก็เคยเผชิญปัญหาจากช่องโหว่ประเภทเดียวกันมาแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่มี Wallet ประเภทใดที่ปราศจากข้อผิดพลาดได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือการรับมือและความรับผิดชอบของผู้พัฒนาเมื่อเกิดเหตุขึ้น
ช่องโหว่จากระบบสร้างตัวเลขสุ่ม อันตรายกว่าที่คิด
กรณีที่ CZ กล่าวถึงเป็นช่องโหว่ใน Pseudo-Random Number Generator หรือระบบสร้างตัวเลขสุ่ม ซึ่งมีหน้าที่สร้าง Seed Phrase และ Private Key หากระบบดังกล่าวสร้างตัวเลขที่คาดเดาได้ ผู้โจมตีอาจสามารถคำนวณหรือสร้าง Private Key เดียวกันขึ้นมาใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงอุปกรณ์ของเหยื่อโดยตรง ส่งผลให้สามารถโอนสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าได้ แม้เจ้าของจะไม่เคยเปิดเผย Seed Phrase หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์กับอินเทอร์เน็ตก็ตาม
CZ ชี้ Bug เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรับผิดชอบ
CZ ระบุว่า “ Software ย่อมมีข้อผิดพลาดได้เสมอ สิ่งสำคัญคือคนที่อยู่เบื้องหลังจะรับมือกับมันอย่างไร” พร้อมยกตัวอย่างว่า Trust Wallet ได้ชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้งานทั้งหมดหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เขามองว่าการไม่มีข้อผิดพลาดเลยเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับ Software แต่สิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานคือการตอบสนองอย่างรวดเร็ว การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
แนะนำกระจายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง
จากเหตุการณ์ทั้ง Trust Wallet และ Coldcard CZ แนะนำให้ผู้ถือคริปโตหลีกเลี่ยงการเก็บสินทรัพย์ทั้งหมดไว้ใน Wallet เพียงใบเดียว เพราะหากเกิดช่องโหว่ขึ้น ความเสียหายอาจเกิดกับสินทรัพย์ทั้งหมดในคราวเดียว การกระจายสินทรัพย์ไปยังหลาย Wallet รวมถึงใช้วิธีจัดเก็บที่แตกต่างกัน จะช่วยลดความเสี่ยงจาก Single Point of Failure ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
ส่วนตัวมองว่าประเด็นสำคัญของโพสต์นี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า Hardware Wallet หรือ Software Wallet แบบใดปลอดภัยกว่า แต่เป็นการเตือนว่าระบบใดก็ตามสามารถเกิดข้อผิดพลาดได้ หากมีการออกแบบหรือสร้างกุญแจเข้ารหัสที่ไม่ปลอดภัย สิ่งที่ผู้ใช้งานควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือก Wallet ที่ได้รับความนิยม แต่รวมถึงการกระจายความเสี่ยง การติดตามประกาศด้านความปลอดภัยจากผู้พัฒนา และการหลีกเลี่ยงการเก็บสินทรัพย์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

