สรุปข่าว
ข้อมูลปี 2025 ระบุว่าปริมาณ Bitcoin ที่สูญหายจากการเก็บรักษาด้วยตนเอง มีจำนวนสูงถึง 1.57 ล้าน BTC มากกว่าความสูญเสียบนกระดานเทรดราว 600,000 BTC
ความสูญเสียจากการถือครองเองส่วนใหญ่เกิดจากความผิดพลาดซึ่งยังพอที่จะยับยั้งได้ ต่างจากฝั่งกระดานเทรดที่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ผู้ใช้ควบคุมไม่ได้
ข้อมูลไม่ได้ชี้ว่าการจัดเก็บด้วยตนเองไร้ความปลอดภัย แต่ย้ำเตือนว่าการครอบครองสินทรัพย์อย่างแท้จริงต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และการเรียนรู้วิธีปกป้องตนเอง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รายงานวิจัยปี 2025 มาเปิดเผยว่า ปริมาณ Bitcoin ที่สูญหายจากการถือครองด้วยตนเองมีจำนวนสูงถึง 1.57 ล้าน BTC ซึ่งมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นบนกระดานเทรดกว่า 600,000 BTC ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้แปลว่าการเก็บสินทรัพย์ไว้กับตัวมีความเสี่ยงสูงกว่ากระดานเทรด แต่เป็นการตอกย้ำว่านักลงทุนอาจยังไม่มีความรู้ในการจัดเก็บสินทรัพย์ที่ดีพอในปัจจุบัน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีต่างตกอยู่ในสภาวะอกสั่นขวัญแขวญกันถ้วนหน้าจากเหตุการณ์แฮกโจมตี Coldcard Wallet เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็หวาดระแวงถึงความปลอดภัย และเริ่มไม่เชื่อมั่นในผู้ให้บริการ
ในมุมหนึ่งการเก็บสินทรัพย์ไว้กับตัว แม้จะเป็นการยืนยันว่า เราเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริงแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง ในขณะที่การฝากสินทรัพย์ไว้กับ “ตัวกลาง” เช่น กระดานเทรด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไปและมีสิทธิ์ที่สินทรัพย์จะหายไปโดยไม่ได้รับการชดใช้เช่นกัน
Willy Woo อินฟูลเอนเซอร์คริปโทฯ ชื่อดังจึงได้ออกมาคลายข้อสงสัยชาวคริปโทฯ ว่าแท้จริงแล้วการเก็บ Bitcoin ไว้กับตัวเองหรือฝากไว้กับคนกลางวิธีไหนปลอดภัยกว่ากัน
อ้างอิงจากรายงานของ River ในปี 2025 ผลปรากฏว่า จำนวน Bitcoin ที่สูญหายจาก Exchange มีจำนวนประมาณ 1.51 ล้าน BTC ทว่า ในฝั่งของผู้ที่เก็บไว้กับตัวเอง หรือ Self Custody นั้น มีจำนวนความเสียหายที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมิหนำซ้ำยังมากกว่า ที่ 1.57 ล้าน BTC (ส่วนต่าง ~600,000 BTC) ซึ่งยังไม่ได้นับรวมเหตุการณ์ในปีนี้ หรือเหรียญยุคโบราณที่สาบสูญไปแล้ว
ผลลัพธ์ดังกล่าวได้ทำให้นักลงทุนหลายคนถึงกับต้องอ้าปากค้าง เพราะวิธีที่ถูกบอกต่อกันมาโดยตลอดว่าปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมที่สุดกับสร้างความเสียหายได้มากกว่าการเชื่อใจรับฝากสินทรัพย์กับคนกลาง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้หมายความว่าการเก็บ Bitcoin ด้วยตนเองจะเป็นวิธีที่เสี่ยงและไม่ปลอดภัยกว่า กลับกันมันกลายเป็นการตอกย้ำว่า ความรู้และความไม่ประมาท รวมถึงการไม่ปักใจเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สำคัญขนาดไหนในโลกของการลงทุน
ในอดีตผู้คนยังไม่จริงจังกับการเก็บ seed phrase หรือฮาร์ดแวร์วอลเล็ต ทำให้ความเสียหายส่วนใหญ่เป็นการสูญหายจากความผิดพลาดส่วนตัวไม่ใช่การถูกแฮก เหมือนกับกรณีของ Coldcard ในปัจจุบัน ซึ่งเป็น Hardware Wallet เจ้าเดียวที่ถูกแฮกในขณะนี้ (ไม่ได้หมายความว่าเจ้าอื่นจะปลอดภัย 100%)
ตรงกันข้าม จำนวน Bitcoin จาก exchange ที่หายส่วนใหญ่ต่างมาจากเหตุการณ์ที่มีเอกสารชัดเจน การถูกแฮก, การยักยอกเงินที่เกิดขึ้นซ้ำ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้ควบคุมไม่ได้เลย
ดังนั้น ด้วยการใช้เครื่องมือและความรู้ในปัจจุบัน ความเสี่ยงจากการ self-custody จะสามารถลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ความเสี่ยงจาก exchange ยังคงเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดขึ้นซ้ำและยากต่อการหลีกเลี่ยง
โดยสรุปแล้ว ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกว่าอย่า self-custody แต่เป็นการตอกย้ำว่า Bitcoin มีค่าเพราะมันให้เราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และหน้าที่ของเราคือเรียนรู้ที่จะทำรักษาสินทรัพย์ของเราอย่างถูกต้อง
มุมมองผู้เขียน: หากว่ากันตามตรงแล้วนักลงทุนจะเลือกเก็บสินทรัพย์ไว้ที่ไหนก็ไม่มีใครผิดใครถูกเพราะแต่ละคนก็มีเงื่อนไขและมุมมองที่ต่างกัน และแต่ละแพลตฟอร์มก็มีความเสี่ยงที่ต่างกัน นั่นจึงทำให้ทางออกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการกระจายความเสี่ยงเพื่อความอุ่นใจในระยะยาว

