สรุปข่าว
- Binance เตรียมหยุดประมวลผลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มคริปโต 11 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2026
- รายชื่อดังกล่าวประกอบไปด้วย HTX, EXMO, Rapira, BitPapa, Aifory Pro, ABCeX, WhiteBird, NoOnecrypto, Tradex, Monease และ Exnode
- มาตรการดังกล่าวเชื่อมโยงกับมาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดของสหภาพยุโรป (EU) ที่มุ่งสกัดช่องทางคริปโตซึ่งถูกกล่าวหาว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral
มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการแบน Bitcoin หรือ Ethereum โดยตรง และไม่ได้หมายความว่า Binance จะหยุดให้บริการโดยรวม แต่เป็นการจำกัดธุรกรรมกับแพลตฟอร์มที่อยู่ในข่ายมาตรการคว่ำบาตร ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดคริปโตก็อาจไม่ได้เกิดผลใด ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจเพิ่มแรงกดดันต่อแพลตฟอร์มและสภาพคล่องที่เกี่ยวข้องกับตลาดรัสเซียในระยะสั้น
Binance เตรียมจำกัดธุรกรรม 11 แพลตฟอร์ม
Binance กำลังเตรียมหยุดประมวลผลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มคริปโตบางแห่ง โดยจะมีผลกับกลุ่มหลัก 11 แพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ได้แก่ Rapira, Aifory Pro, ABCeX, WhiteBird, NoOnecrypto, Tradex, Monease, BitPapa, Exnode, HTX (Huobi Global SA) และ EXMO
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเครือข่ายทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดย EU ระบุชื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้ไว้ในมาตรการห้ามทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการคริปโตจากประเทศที่สามบางราย
ทั้งนี้ มาตรการที่กล่าวมาไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด โดย A7 Nigeria, A7 Africa และ PilotFinance จะถูกจำกัดธุรกรรมตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ขณะที่กลุ่ม 11 แพลตฟอร์มข้างต้นจะเริ่มมีผลในวันที่ 23 สิงหาคม
EU ขยายขอบเขตคว่ำบาตรลามมาถึงคริปโต
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 21 ของ EU ซึ่งครอบคลุมทั้งธนาคาร, สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล โดย HTX (Huobi Global SA) เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกระบุอย่างชัดเจน ขณะที่แพลตฟอร์มอย่าง EXMO, Rapira, BitPapa, Aifory Pro, WhiteBird, NoOnecrypto และ Exnode ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ EU ไม่ได้เพียงเพิ่มรายชื่อบริษัทเป็นราย ๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างกลไกใหม่ที่เปิดทางให้สามารถ ห้ามทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการคริปโตจากทั้งประเทศ หากพบว่าประเทศดังกล่าวมีแพลตฟอร์มที่ช่วยบ่อนทำลายมาตรการคว่ำบาตรของ EU อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังไม่มีประเทศใดถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อดังกล่าว
ตลาดคริปโตจะโดนแรงกระแทกในรูปแบบใด?
ผลกระทบโดยตรงต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตอาจไม่ปรากฏให้เห็นเด่นชัด เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังแพลตฟอร์มและเส้นทางธุรกรรมเฉพาะกลุ่ม มากกว่าการจำกัดการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การที่ Binance ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายคริปโตที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด เลือกเพิ่มมาตรการคัดกรองธุรกรรมตามแรงกดดันด้านกฎระเบียบ สะท้อนว่าการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียและเครือข่ายการเงินข้ามพรมแดน
ก่อนหน้านี้ Elliptic เคยระบุว่า Bitpapa, ABCeX, Exmo, Rapira และ Aifory Pro ได้ถูกใช้เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียและการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ล่าสุด EU ก็ได้เพิ่มแพลตฟอร์มเหล่านี้เข้าสู่มาตรการจำกัดธุรกรรม
การตัดสินใจของ Binance ถือเป็นอีกสัญญาณว่ายุคที่ตลาดคริปโตสามารถเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนโดยไม่ถูกตรวจสอบกำลังหายไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเชื่อมโยงธุรกรรมคริปโตเข้ากับมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศมากขึ้น
ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อราคา BTC โดยตรง แต่สิ่งที่ควรจับตาคือ มาตรการของ EU ที่อาจขยายจากการแบนรายแพลตฟอร์มไปสู่การจำกัดผู้ให้บริการคริปโตทั้งประเทศ หากเกิดขึ้นจริง นั่นอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ส่งผลต่อโครงสร้างตลาดคริปโตในระดับที่ใหญ่กว่ามาตรการครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: Wu Blockchain, The Block

