bitkub-banner

เมื่อปี 2022 Bitcoin ร่วง 70% แล้วพุ่งขึ้น 700% ตอนนี้ Ethereum ร่วงมา 70% แล้ว จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin เคยร่วงลงอย่างหนักในปี 2022 ก่อนฟื้นตัวขึ้นกว่า 700% จากจุดต่ำสุด ขณะที่ Ethereum ในปี 2026 กำลังเผชิญการปรับตัวลงในระดับใกล้เคียงกัน
  • Ethereum เคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ $4,955 ในเดือนสิงหาคม 2025 ก่อนร่วงลงแตะระดับประมาณ $1,512-1,550 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 คิดเป็นการปรับตัวลงราว 69% จากจุดสูงสุด
  • อย่างไรก็ตาม การร่วงของ Bitcoin ในปี 2022 และ Ethereum ในปี 2026 มีสาเหตุแตกต่างกันอย่างมาก ทำให้การนำรูปแบบราคาของ Bitcoin มาเทียบกับ Ethereum ไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่า ETH จะฟื้นตัวขึ้น 700% ตามรอยเดิม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

การเปรียบเทียบรอบการปรับตัวลงของ Bitcoin และ Ethereum เป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามรูปแบบเดิม เพียงเพราะทั้งสองเหรียญเคยร่วงลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ปัจจัยที่ต้องติดตามจริง ๆ คือการฟื้นตัวของแรงซื้อและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ Ethereum ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า ETH มีโอกาสเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่หรือไม่

Ethereum กำลังถูกจับตามองจากนักลงทุน หลังราคาปรับตัวลงเกือบ 70% จากจุดสูงสุดตลอดกาล ขณะที่ Ted Pillows นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังบน X นำสถานการณ์ของ ETH ในปี 2026 มาเปรียบเทียบกับ Bitcoin ในปี 2022 ซึ่งเคยผ่านช่วงขาลงครั้งใหญ่ก่อนฟื้นตัวขึ้นกว่า 700% จากจุดต่ำสุด

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หาก Ethereum กำลังอยู่ในจุดที่มีลักษณะคล้ายกับ Bitcoin ในอดีต ETH จะสามารถฟื้นตัวครั้งใหญ่ตามรอย Bitcoin ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขการปรับตัวลงจะดูใกล้เคียงกัน แต่ปัจจัยเบื้องหลังของทั้งสองเหตุการณ์แตกต่างกันค่อนข้างมาก

Ethereum ร่วงเกือบ 70% จากจุดสูงสุด

Bitcoin เคยร่วงลงประมาณ 70% ก่อนเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวครั้งใหญ่ ขณะที่ Ethereum ในปัจจุบันก็ปรับตัวลงมาในระดับใกล้เคียงกัน

ข้อมูลราคาสอดคล้องกับภาพดังกล่าว โดย Ethereum เคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ $4,955 ในเดือนสิงหาคม 2025 ก่อนปรับตัวลงต่อเนื่องและแตะระดับประมาณ $1,512-1,550 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 คิดเป็นการลดลงประมาณ 69% จากจุดสูงสุด ปัจจุบัน ETH ฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ $1,880 แต่ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอย่างมาก

ตัวเลขนี้ทำให้การเปรียบเทียบกับ Bitcoin ในปี 2022 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เพราะ Bitcoin ก็เคยผ่านช่วงขาลงครั้งใหญ่ก่อนเข้าสู่การฟื้นตัวในรอบถัดมา

Bitcoin เคยร่วงหนักก่อนฟื้นตัวกว่า 700%

Bitcoin เคยทำจุดสูงสุดที่ประมาณ $69,000 ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ก่อนร่วงลงแตะประมาณ $15,479 ในเดือนพฤศจิกายน 2022 หรือปรับตัวลงเกือบ 78% จากจุดสูงสุด

หลังจากทำจุดต่ำสุด Bitcoin เริ่มเข้าสู่รอบฟื้นตัวครั้งใหม่ ก่อนขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ประมาณ $126,198 ในเดือนตุลาคม 2025 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 700% เมื่อวัดจากจุดต่ำสุดในปี 2022

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนบางส่วนมองว่า Ethereum อาจกำลังอยู่ในช่วงเดียวกัน หาก ETH สามารถฟื้นตัวได้ในสัดส่วนใกล้เคียงกับ Bitcoin ในอดีต ราคาก็อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในรอบถัดไป

อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขในอดีตดูคล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องเคลื่อนไหวตามกันเสมอไป

จุดสำคัญคือสาเหตุของการร่วงครั้งนี้ไม่เหมือนกัน

การปรับตัวลงของ Bitcoin ในปี 2022 เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตครั้งใหญ่ของตลาดคริปโต ทั้งการล่มสลายของ Terra/Luna และการล้มละลายของ FTX ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดอย่างรุนแรงและทำให้สินทรัพย์คริปโตจำนวนมากถูกเทขายพร้อมกัน

ขณะที่ Ethereum ในปี 2026 กำลังเผชิญกับแรงกดดันคนละรูปแบบ ทั้งภาวะเศรษฐกิจมหภาค ความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของ Ethereum Foundation รวมถึงการแข่งขันจาก Blockchain และ Layer 1 เครือข่ายอื่น โดยเฉพาะ Solana ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น

ดังนั้น แม้ ETH จะปรับตัวลงใกล้เคียงกับ Bitcoin ในอดีต แต่โครงสร้างตลาดและปัจจัยที่กดดันราคากลับแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ


ส่วนตัวมองว่าการเปรียบเทียบ Ethereum ในปี 2026 กับ Bitcoin ในปี 2022 เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรนำตัวเลข 700% ในอดีตมาใช้เป็นเป้าหมายของ ETH โดยตรง เพราะการฟื้นตัวของ Bitcoin ในรอบที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพคล่องในตลาด การยอมรับจากสถาบัน และการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรคริปโต

สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือ Ethereum จะสามารถสร้างแรงซื้อกลับมาได้หรือไม่ และสามารถแก้ปัญหาที่กำลังกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน หากปัจจัยพื้นฐานเริ่มฟื้นตัว การปรับตัวลงเกือบ 70% ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นครั้งใหม่ได้ แต่หากแรงกดดันเดิมยังคงอยู่ การหวังว่า ETH จะซ้ำรอย Bitcoin และพุ่งขึ้น 700% ก็ยังเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: