bitkub-banner

มือเก๋าวงการเทค ทุ่มเวลา 15,000 ชั่วโมงเพื่อ “ฆ่า Bitcoin” ก่อนพบความจริงที่น่าตกใจ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง Ego Death Capital ทุ่ม 15,000 ชั่วโมงทดสอบเจาะ Bitcoin จากทุกทิศทาง แต่ต้องพบกับความจริงที่ว่า Bitcoin ไม่สามารถถูกทำลายได้จากภายนอก
  • การศึกษาเผยว่าเครือข่ายไม่ได้สมบูรณ์แบบเพราะยังมีความเสี่ยงกระจุกตัว ทั้งเรื่องของการคุมการผลิตบล็อกของพูล และการพึ่งพาซอฟต์แวร์ Bitcoin Core อย่างเดียว 
  • Booth มองว่าปัจจัยทางเทคนิคไม่ใช่อุปสรรคในการเติบโตของ Bitcoin แต่เป็นมนุษย์ต่างหากที่ยังคอยก้มหน้าก้มตาให้กับระบบเก่าอยู่ 

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Jeff Booth หุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Ego Death Capital เปิดเผยประสบการณ์ใช้เวลาทุ่มเทกว่า 15,000 ชั่วโมง ในการจำลองรูปแบบการโจมตีเพื่อหาทางทำลาย Bitcoin แต่กลับพบความจริงที่น่าตกใจ เขาจึงสรุปว่าสิ่งที่ทำให้ Bitcoin เสี่ยงต่อการล่มสลายไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคแต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ และเชื่อว่าการยอมรับในสินทรัพย์นี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Jeff Booth ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชาวแคนาดาที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เปิดเผยว่าเขาได้ใช้เวลาไปกว่า 15,000 ชั่วโมงเพื่อทำลายบิทคอยน์แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ประสบกับความล้มเหลวไม่สามารถทำลาย Bitcoin ได้เลย

ทำไมถึงอยากล้ม Bitcoin

Booth ปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Ego Death Capital กองทุน Bitcoin ที่ไม่ได้เริ่มต้นมาจากการเป็นผู้เชื่อมั่นในเทคโนโลยี แต่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เชื่อมั่น

หนังสือของเขาที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อปี 2020 ได้กล่าวถึง Bitcoin ไว้ว่าปัญหาของเครือข่ายไม่ใช่ตัวเลขแต่เป็นปัญหาที่ตามมาในเรื่องของการยังคงไว้การ “กระจายศูนย์อำนาจ” และยังคงปลอดภัยจากการแทรกแซงของรัฐได้จริงหรือไม่

นี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Booth อยากลองที่จะทำลายบิทคอยน์ โดยได้ลองเข้าไปเป็นโหนดและเริ่มจำลองรูปแบบการโจมตีที่รัฐบาล คู่แข่ง หรือกลุ่มผู้ขุดรายใหญ่อาจนำมาใช้ โดยทุ่มเวลาไปถึง 15,000 ชั่วโมง เพราะอยากรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาหน้าตาแบบไหน

15,000 ชั่วโมงเจออะไร?

ทุกแบบจำลองที่เขาคำนวณต่างวิ่งไปชนกำแพงเดียวกัน นั่นคือ บล็อกใหม่ยังคงเกิดขึ้นตามกำหนดเวลา และแต่ละบล็อกต่างต้องใช้พลังงานจริงในการผลิตขึ้นมา และปรากฏขึ้นในลักษณะเดียวกับอินเทอร์เน็ต

Booth มองว่า บิทคอยน์มีลักษณะคล้ายกับโปรโตคอลอินเทอร์เน็ตในยุคแรกเริ่มที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาพัฒนาต่อยอดข้างบนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต 

หากถามว่า Bitcoin มีความกระจายศูนย์และปลอดภัยในตอนนี้ไหม Booth คิดว่าใช่ ปัจจุบัน Bitcoin มีโหนดที่สามารถเข้าถึงได้ราว 24,000 โหนด ที่คอยบังคับใช้กฎฉันทามติเดียวกัน รวมถึงเพดานอุปทานที่จำกัดไว้ 21 ล้านเหรียญ ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป

Bitcoin ไม่ได้ Perfect

แม้ Booth จะยอมรับว่า เขาไม่สามารถหาทางโค่น Bitcoin ได้ แต่ตัวของเครือข่ายก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์ไร้ที่ติ พร้อมระบุว่า “พูลขุด และ เหมืองขุดที่ผูกขาดอำนาจ ล้วนแล้วแต่เป็นภัยความเสี่ยง”

ข้อมูลนี้ถูกยืนยันแล้วว่า เป็นเรื่องจริงเพราะพูลเหมืองขุด 3 แห่งสามารถผลิตบล็อกใหม่ออกมาได้ถึง 61% ของทั้งหมดตลอดเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกว่า 80% ของโหนดที่เข้าถึงได้ล้วนรันระบบอยู่บนซอฟต์แวร์ไคลเอนต์เดียวคือ Bitcoin Core ซึ่งส่งผลให้โค้ดชุดเดียวนี้ต้องแบกรับภาระและดูแลการทำงานส่วนใหญ่ของเครือข่ายเอาไว้

Booth คาดการณ์ว่า ตัวเลขเหล่านี้จะลดลงเองโดยไม่จำเป็นต้องไปแก้โปรโตคอลเมื่อการแข่งขันดุเดือดขึ้นและบีบให้บริษัทที่ใช้ต้นทุนแพงกว่าในการขุดต้องยอมแพ้

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนจะตีความข้อมูลชุดเดียวกันนี้ในมุมมองเดียวกัน โดย Chamath Palihapitiya นักลงทุนชื่อดังได้มองว่า การย้ายทรัพยากรพลังงานไปฝั่ง AI ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสำหรับนักขุด มากกว่าที่จะเป็นเพียงการล้างไพ่จัดระเบียบตลาดตามธรรมชาติ ส่วน Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase มองว่าเรื่องส่วนแบ่งพลังงานไม่ใช่ปัญหาและไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่กำหนดราคาของ Bitcoin

ขณะเดียวกันเสียงในชุมชน Bitcoin ก็แตกออกเป็นสองฝั่งและเกิดรอยร้าวขึ้นเห็นได้จากข้อเสนอ BIP-110 ที่เป็นประเด็นอย่างหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา และนั่นยังไม่รวมถึงเรื่องการเจาะ Coldcard wallet รวมถึง BTCPay ที่สั่นสะเทือนวงการคริปโตทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถแตะต้องระบบฉันทามติของเครือข่ายได้สำเร็จ

ท้ายที่สุดนี้ Booth ได้ฝากแง่คิดที่น่าสนใจไว้ว่า ในสมการของเขา จุดอ่อนเดียวที่จะทำให้ Bitcoin ล้มเหลวได้นั้น ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือข้อบกพร่องทางระบบเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับเป็น “ธรรมชาติของมนุษย์” ที่ยังคงยึดติดกับกรอบความคิดเดิม ๆ และยินยอมที่จะทุ่มเททั้งเวลาและทรัพย์สินไปกับระบบที่คอยกัดกินความมั่งคั่งของพวกเขาไปอย่างเงียบ ๆ

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า การเป็นที่ยอมรับของ Bitcoin จะเป็นกระแสหลักที่ไม่มีใครอาจต้านทานได้ มันไม่ใช่คำถามที่ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น “หรือไม่”… แต่มันเป็นเพียงการรอคอย “เวลา” ที่จะเกิดขึ้นจริงเท่านั้น

ที่มา: Beincrypto


มุมมองผู้เขียน : การทดสอบของ Jeff Booth ตอกย้ำว่าโครงสร้างทางเทคโนโลยีของ Bitcoin ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความแข็งแกร่งจนยากที่จะถูกทำลาย แม้ในปัจจุบันเครือข่ายจะเผชิญความท้าทายเรื่องการกระจุกตัวของอำนาจการขุดและการพึ่งพาซอฟต์แวร์หลัก  แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของสภาวะตลาดและพฤติกรรมมนุษย์ที่สามารถปรับสมดุลใหม่ได้เองตามธรรมชาติ มากกว่าจะเป็นช่องโหว่ร้ายแรงทางเทคนิค