bitkub-banner

นักลงทุนพันธบัตรเผย การเข้าซื้อของคลังสหรัฐฯ อาจทำให้ราคา Bitcoin พุ่งไปถึง $180,000

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mark Connors นักลงทุนพันธบัตรชี้ว่าแผนการรับซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะช่วยอัดฉีดสภาพคล่องและลดแรงกดดันต่อ Bitcoin
  • ราคา Bitcoin มีโอกาสพุ่งแตะ $180,000 ในรอบนี้ และอาจทะลุ $360,000 ได้ภายในปี 2030
  • แม้ปัจจัยมหภาคจะเป็นบวก แต่ Connors เตือนว่าความเสี่ยงระยะสั้นยังคงมีอยู่ หากร่างกฎหมาย Clarity Act ไม่มีความคืบหน้าภายในวันที่ 15 กันยายน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Mark Connors ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดพันธบัตร วิเคราะห์ว่า Bitcoin กำลังจะได้รับอานิสงส์อย่างมหาศาลจากการแทรกแซงตลาดพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งผลให้ Connors ปรับมุมมองใหม่ว่า Bitcoin อาจไม่ต้องซบเซาจนถึงพฤศจิกายนตามสถิติเดิม และมีโอกาสพุ่งไปถึง $180,000 ในรอบนี้ รวมถึง $360,000 ภายในปี 2030 

Mark Connors นักลงทุนผู้เชี่ยวชาญในตลาดพันธบัตร ล่าสุดได้มีการเผยการวิเคราะห์ใหม่และมองว่า Bitcoin จะได้รับอานิสงส์อย่างรุนแรงจากการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลคาดว่าจะดำเนินการรับซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว และอาจขยายวงเงินให้สูงกว่าระดับ 4 พันล้านดอลลาร์ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยคำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4.68% ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ขยับขึ้นเกือบแตะระดับ 73,000 ดอลลาร์ทันที

Connors ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ Risk Dimensions และผู้เชี่ยวชาญในตลาดพันธบัตร มองว่านี่คือการแทรกแซงครั้งสำคัญและไม่ธรรมดา ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังรับมือกับแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่สูงขึ้น 

Connors  คาดว่าการเข้าซื้อจะขยายตัวขึ้นอีกเนื่องจากรัฐบาลต้องเผชิญความท้าทายในการหาผู้ซื้อหนี้ ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อ Bitcoin เพราะผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงมักจะดึงดูดเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่พันธบัตรรัฐบาล ดังนั้นการรับซื้อคืนจะช่วยพยุงราคาพันธบัตรและตรึงผลตอบแทนไม่ให้พุ่งสูงเกินไป ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้

แม้การซื้อคืนช่วงแรกยังมีขนาดเล็ก แต่ Connors คาดว่าวงเงินช่วยเหลืออาจเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนในที่สุด ซึ่งส่งผลให้เขาปรับมุมมองต่อ Bitcoin จากเดิมที่เคยคาดว่าราคาจะซบเซาไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนตามวัฏจักร 4 ปีแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ เขายังมองว่ารัฐบาลอาจผ่อนคลายเกณฑ์ อัตราส่วนเลเวอเรจเสริม (SLR) เพื่อเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์ถือครองพันธบัตรรัฐบาลได้มากขึ้น ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง Connors เชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้ Bitcoin พุ่งเป้าไปที่ระดับ $180,000 ในรอบนี้ หรือถึง $360,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030

อย่างไรก็ตาม Connors เน้นย้ำว่าประเด็นสำคัญที่สุดซึ่งต้องจับตาไม่ได้มีเพียงแค่การ Short squeeze ในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูสัญญาณสภาพคล่องจากกระทรวงการคลังร่วมด้วย พร้อมกันนี้ยังเตือนถึงความเสี่ยงระยะสั้นว่า หากร่างกฎหมาย Clarity Act ไม่มีความคืบหน้าภายในวันที่ 15 กันยายน ราคา Bitcoin ก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาได้เช่นกัน

ที่มา : Coindesk


มุมมองผู้เขียน: การรับซื้อพันธบัตรคืนก็เปรียบเสมือนเป็นการทำ QE ทางอ้อม ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องพร้อมการผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ดันราคาเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหญ่ได้อย่างมั่นคง