สรุปข่าว
- Stand With Crypto กลุ่มเคลื่อนไหวด้านคริปโทที่ได้รับการหนุนหลังจาก Coinbase ประกาศรับรอง ส.ส. สหรัฐฯ เพิ่มอีก 32 ราย ทำให้ยอดรวมพุ่งเป็น 38 ราย
- ส.ส. สหรัฐฯทั้งหมดเคยโหวตเห็นชอบร่างกฎหมาย Clarity Act ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ตั้งแต่กรกฎาคม 2025 แต่ตอนนี้ติดหล่มอยู่ในวุฒิสภา
- ผลสำรวจชี้ผู้ถือคริปโทกว่าครึ่ง พร้อมเทคะแนนให้ผู้สมัครที่มีจุดยืนด้านคริปโทชัดเจน แม้จะต่างพรรค หรือมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องอื่น
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องราวเชิงกลยุทธ์ทางการเมืองมากกว่าปัจจัยที่กระทบราคาสินทรัพย์โดยตรง การประกาศรับรอง ส.ส. ยังไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของ Clarity Act แต่อย่างใด เพราะร่างกฎหมายยังคงค้างอยู่ในวุฒิสภา ตลาดจึงไม่น่าจะขยับตามข่าวนี้ในทันที แต่ถือเป็นสัญญาณบวกระยะยาวที่ควรจับตา เพราะสะท้อนแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นเพื่อผลักดันกรอบกำกับดูแลคริปโทให้เป็นรูปธรรม
กลุ่มสนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซีชื่อดังในสหรัฐฯ อย่าง Stand With Crypto (SWC) ประกาศเดินหน้าลุยศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้อย่างสุดกำลัง ล่าสุดได้ประกาศรับรองและให้การสนับสนุนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดปัจจุบันเพิ่มอีก 32 ราย ทำให้ยอดรวม ส.ส. ที่ SWC หนุนหลังพุ่งขึ้นเป็น 38 ราย
โดยทั้ง 32 รายล่าสุด ต่างเคยโหวตลงคะแนนเสียงเห็นชอบต่อร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลตลาดคริปโท ในช่วงที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025
ทั้งนี้ทาง SWC เน้นย้ำว่า จะให้การสนับสนุนแบบสองพรรค โดยอิงจากประวัติการลงมติจริงของ ส.ส. แต่ละคน มากกว่าสังกัดพรรคการเมือง
จากการสำรวจความคิดเห็นอิสระของ SWC ร่วมกับ Impact Research พบว่า 59% ของผู้ถือครองคริปโท ไม่ได้ยึดติดกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พร้อมที่จะลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มีจุดยืนด้านคริปโทตรงกับตนเอง แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันในนโยบายอื่น ๆ ก็ตาม
โดยรายชื่อผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจะถูกเผยแพร่บน Stand With Crypto Voter Hub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ประเมินและเปิดเผยนโยบายคริปโทของผู้สมัครแต่ละคนผ่านคำแถลงสาธารณะ ประวัติการทำงานนิติบัญญัติ และผลการตอบแบบสอบถาม
ด้าน Mason Reno ผู้อำนวยการบริหารของ SWC ระบุว่า ในกลุ่ม SWC มีผู้สนับสนุนมากกว่า 3 ล้านคน พร้อมเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งการละเลยเสียงของผู้ใช้งานคริปโท อาจทำให้ผู้สมัครต้องแลกด้วยต้นทุนทางการเมืองที่สูงมาก
นอกจากนี้ ผลสำรวจในกลุ่มรัฐสมรภูมิ (Swing States) ชี้ให้เห็นว่า ผู้สนับสนุน SWC กว่า 80% และผู้ถือคริปโทฯ กว่า 79% มีความตื่นตัวสูงมาก โดยยืนยันว่า จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอน
รวมทั้งผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 70% ระบุว่า พร้อมที่จะลงคะแนนสนับสนุนผู้สมัครที่มีนโยบาย และแนวทางกำกับดูแลกฎหมายคริปโทฯ ที่มีความชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น SWC เชื่อว่า ผู้สนับสนุนถึง 77% ที่ไม่ได้ฝักใฝ่พรรคใดพรรคหนึ่ง จะกลายเป็น “กลุ่มเสียงชี้ขาด” ที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งโดยตรง
ทั้งนี้ ผู้ลงคะแนนสามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกสภา และเขตพื้นที่ได้ทางเว็บไซต์หลักของ U.S. House of Representatives และ U.S. Senate
ความท้าทายในการผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ในวุฒิสภา
แม้ว่าร่างกฎหมาย Clarity Act จะเคยผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นสองพรรคที่ 294 ต่อ 134 เสียง และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภา ในเดือนพฤษภาคม 2026
แต่ปัจจุบันกลับติดขัดและหยุดชะงักในชั้นวุฒิสภา เนื่องจากประเด็นข้อถกเถียงเรื่องผลตอบแทนของ Stablecoin, ข้อกำหนดด้านจริยธรรม และการกำกับดูแลระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ส่งผลให้การลงมติในที่ประชุมใหญ่ ถูกเลื่อนออกไป จนใกล้วาระสิ้นสุด
ตามกำหนดการ วุฒิสภาเตรียมเสนอ “ญัตติยุติการอภิปราย” ในวันที่ 15 กันยายนนี้แต่เนื่องจากวุฒิสภาเหลือเวลาทำงานเพียง 14 วันก่อนจะถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน กรอบเวลาในการผลักดันกฎหมายจึงกระชั้นชิดอย่างมาก และจำเป็นต้องได้คะแนนเสียงอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อยุติการอภิปราย และเปิดทางให้เดินหน้าลงมติได้
ทั้งนี้ SWC มีแผนที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครในศึกเลือกตั้งวุฒิสภา รวมถึงผู้สมัครหน้าใหม่ในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติม เมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้ง
หากร่างกฎหมายยังไม่ผ่านการพิจารณา ก่อนการเลือกตั้ง ก็ยังมีโอกาสถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ในช่วงประชุมหลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีเวลา 22 วัน ก่อนเริ่มปี 2027 เพื่อส่งต่อให้ประธานาธิบดีลงนาม
แต่หากยังดำเนินการไม่ทันในสภาชุดนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องถูกนำกลับไปเริ่มต้นกระบวนการยื่นเสนอ และถกเถียงใหม่อีกครั้งในสภาชุดถัดไป
ดังนั้น การที่ SWC เร่งประกาศสนับสนุน ส.ส. ชุดปัจจุบันที่เคยโหวตหนุน Clarity Act จึงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพื่อช่วยรักษาเก้าอี้ของ ส.ส. กลุ่มนี้เอาไว้ พร้อมทั้งสร้างแรงส่ง เพื่อผลักดันการพิจารณากฎหมายดังกล่าว ในรัฐสภาชุดใหม่อีกทางหนึ่ง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ต้องจับตาว่าแรงหนุนจาก SWC จะแปลงเป็นแรงกดดันที่มากพอจะดัน Clarity Act ผ่านวุฒิสภาได้ทันก่อนเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ เพราะถ้าไม่ทัน โอกาสที่กฎหมายจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในสภาชุดถัดไปก็มีสูง ซึ่งอาจทำให้ตลาดคริปโทสหรัฐฯ ต้องรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบไปอีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองปี

