สรุปข่าว
- G20 เตรียมสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้นสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล หวังเปิดทางให้นวัตกรรมทางการเงินเติบโต โดยยังคงควบคุมความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
- Stablecoin กลายเป็นประเด็นสำคัญ หลัง G20 รอผลศึกษาจากหน่วยงาน FSB เกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดนและความเสี่ยงของ Stablecoin ระดับโลก
- การชำระเงินข้ามประเทศเป็นอีกจุดที่ถูกจับตา โดย G20 ต้องการยกระดับระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Blockchain และ Stablecoin อาจเข้ามามีบทบาทสำคัญ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
G20 ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเดินหน้าสร้างกฎสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนขึ้น เพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมทางการเงินเติบโตควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยเฉพาะ Stablecoin ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในด้านการชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศ ขณะเดียวกัน G20 ยังเร่งพัฒนาระบบชำระเงินระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ให้ Blockchain และ Stablecoin เข้ามามีบทบาทมากกว่าเดิม ภาพรวมจึงสะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังขยับจากการมองคริปโทเป็นเพียงความเสี่ยง ไปสู่การวางกติกาเพื่อรองรับการใช้งานในระบบการเงินทั่วโลกอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของสมาชิก G20 ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าพัฒนากฎระเบียบสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมทางการเงินเติบโต โดยยังคงรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
ในแถลงการณ์หลังการประชุมเป็นเวลา 2 วันที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา G20 ระบุว่า นวัตกรรมการเงินดิจิทัล รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และมีบทบาทต่อการผลักดันนวัตกรรมจากภาคเอกชน
ประเทศสมาชิก G20 จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนากรอบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างแนวทางที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงิน โดยคำนึงถึงโอกาสและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นข้ามพรมแดน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ Stablecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มีมูลค่าอ้างอิงกับสกุลเงินหรือสินทรัพย์ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ
สมาชิก G20 ระบุว่า พวกเขากำลังรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (FSB) ซึ่งจะประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนจากการจัดการ Stablecoin ในระดับโลก รวมถึงความพร้อมของตลาด แหล่งข้อมูล และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ความสนใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Stablecoin ขยายบทบาทเกินกว่าการใช้งานภายในระบบนิเวศตลาดคริปโท โดยถูกนำมาใช้สำหรับการชำระเงินและการโอนเงินข้ามประเทศมากขึ้น
นอกจากสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว G20 ยังยืนยันความมุ่งมั่นต่อแผนงานยกระดับการชำระเงินข้ามประเทศและเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกพิจารณาขยายเวลาการให้บริการของระบบชำระเงินมูลค่าสูง
เป้าหมายคือ การทำให้การเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพและสะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ Blockchain และ Stablecoin สามารถเข้ามามีบทบาทได้โดยตรง
ขณะเดียวกัน สมาชิก G20 หลายแห่ง เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ได้เริ่มพัฒนากรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและ Stablecoin ของตนเองแล้ว หลังประเมินว่า เทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายการเข้าถึงระบบการเงินและการชำระเงิน
ท่าทีล่าสุดของ G20 จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากเดิมที่การหารือมุ่งเน้นไปที่การควบคุมความเสี่ยงของคริปโท สู่การพิจารณาว่า จะสร้างกติกาอย่างไรให้นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลสามารถเติบโตได้อย่างเหมาะสม
มุมมองผู้เขียน: สำหรับตลาดคริปโทฯ หากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สามารถพัฒนากฎระเบียบที่มีความสอดคล้องกันมากขึ้น อาจช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์ และเปิดทางให้ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินโลกเพิ่มขึ้น ในระยะต่อไป

