สรุปข่าว
- Strive ถือ Bitcoin ทะลุ 23,156 BTC ขึ้นแท่นผู้ถือรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก
- เป้าหมายต่อไปคืออันดับ 2 เดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างหนักภายในสิ้นปี 2026
- ซีอีโอเผยวอร์แรนต์กว่า 700 ล้านดอลลาร์ อาจกลายเป็นแหล่งทุนสำคัญ หากหุ้นทะลุ 27 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Strive ตั้งเป้าขยับตัวเองขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดอันดับ 2 ของโลกภายในสิ้นปี 2026 หลังเพิ่มการถือครองอีก 3,156 BTC ในเดือนสิงหาคม ทำให้บริษัทถืออยู่ทั้งหมด 23,156 BTC ครองอันดับ 5 ของโลก แต่เป้าหมายนี้ยังห่างไกล เพราะบริษัทต้องซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกกว่า 20,000 BTC เพื่อแซง Twenty One Capital ซึ่งอยู่อันดับ 2 และถือครองอยู่ราว 43,514 BTC
Strive บริษัทคลังสำรอง Bitcoin กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่ หลัง Matt Cole ซีอีโอของบริษัทเปิดเผยว่า Strive มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกภายในสิ้นปี 2026
บริษัทเพิ่มการถือครอง Bitcoin อีก 3,156 BTC ในเดือนสิงหาคม ทำให้ยอดถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 23,156 BTC มูลค่าเกือบ 1.9 พันล้านดอลลาร์ และรั้งอันดับ 5 ของบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก
Matt Cole กล่าวตอนไปออกรายการพอดแคสต์ One Share เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เขาไม่คิดว่าการขึ้นสู่อันดับ 2 เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สถานการณ์หลักที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และยังต้องอาศัยหลายปัจจัยเข้ามาสนับสนุน
หนึ่งในตัวแปรสำคัญอยู่ที่ ‘วอร์แรนต์’ (Warrant) หรือใบสำคัญแสดงสิทธิของ Strive ซึ่งมีมูลค่าคงค้างกว่า 700 ล้านดอลลาร์ และจะหมดอายุในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 27 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ราคาหุ้น Strive เพิ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดของปีที่ 26.84 ดอลลาร์ ทำให้เข้าใกล้ราคาใช้สิทธิไม่ถึง 1% หากราคาทะลุ 27 ดอลลาร์และผู้ถือวอร์แรนต์เลือกใช้สิทธิ บริษัทจะมีเงินทุนใหม่เข้ามากว่า 700 ล้านดอลลาร์

Cole มองว่า เงินจำนวนดังกล่าวอาจนำไปต่อยอดผ่านสินเชื่อดิจิทัลได้อีกประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Strive อาจมีขีดความสามารถทางการเงินสำหรับการเข้าซื้อ Bitcoin สูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์
เขายังระบุอีกว่า ต้องการเห็นวอร์แรนต์ถูกใช้สิทธิมากกว่าปล่อยให้หมดอายุ เพราะเงินทุนก้อนนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อเป้าหมายของบริษัทในช่วงปลายปี
ต้องซื้ออีกกว่า 20,000 BTC เพื่อแซงอันดับ 2
ปัจจุบัน Twenty One Capital ครองอันดับ 2 ด้วย Bitcoin ประมาณ 43,514 BTC ขณะที่ Strive มี 23,156 BTC ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองบริษัทอยู่ที่ประมาณ 20,000 BTC
หากเหลือเวลาอีกประมาณ 17 สัปดาห์จนถึงสิ้นปี และสมมติว่า Twenty One Capital ไม่เพิ่มจำนวนการถือครอง Strive จะต้องเข้าซื้อเพิ่มเฉลี่ยประมาณ 1,200 BTC ต่อสัปดาห์ เพื่อขึ้นแซงเป็นอันดับ 2
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมาก แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปหาก Strive สามารถระดมทุนจากวอร์แรนต์ได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อ Cole มองว่า บริษัทมีศักยภาพที่จะขยับขึ้นสู่กลุ่มผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ Twenty One Capital ไม่ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ทำให้ความเร็วในการเพิ่มยอดถือครองของ Strive กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้
ด้านมุมมองระยะยาว Cole คาดว่า Bitcoin อาจพุ่งทะลุ 500,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030 แม้จะย้ำว่า สถานะงบดุลของ Strive ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมมติฐานดังกล่าว
ที่มา:theblock
มุมมองผู้เขียน: ช่วงที่ตลาดต้องจับตาคือ กลางเดือนตุลาคม 2569 เมื่อวอร์แรนต์ของ Strive มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์ ใกล้จะหมดอายุลง เพราะหากราคาหุ้นผ่านระดับ 27 ดอลลาร์ไปได้ และเกิดการใช้สิทธิ เงินทุนก้อนนี้อาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ Strive ไล่ปิดช่องว่างกว่า 20,000 BTC ได้เร็วขึ้น

