สรุปข่าว
- ธนาคารกลางตุรกี ใช้เงินสำรองจำนวนมากเพื่อพยุงค่าเงินลีรา หลังสงคราม Iran ปะทุในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยมีรายงานว่ารัฐบาลใช้ทั้งเงินสำรองเงินตราต่างประเทศ ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมมูลค่าราว 48,000-50,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท
- ข้อมูลจากตลาดแลกเปลี่ยนระบุว่า ปัจจุบันเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แลกได้ราว 48.44 ลีราตุรกี ณ วันที่ 4 กันยายน 2026 เทียบกับประมาณ 43.04 ลีราต่อดอลลาร์ในช่วงต้นปี ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราว 12.6% เมื่อเทียบกับลีรา หรือหมายความว่า ลีราอ่อนค่าลงประมาณ 11.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ต้นปี
- ในช่วงเดือนมีนาคม ธนาคารกลางตุรกีขายและทำธุรกรรมสวอปทองคำรวมเกือบ 60 ตัน มูลค่ามากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ใช้เงินตราต่างประเทศอีกราว 26,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพยุงตลาด หลังความผันผวนจากสงคราม Iran ทำให้ค่าเงินและตลาดการเงินตุรกีเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์นี้เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินดั้งเดิมและตลาดเงินของตุรกีโดยตรง จึงยังไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนเพียงพอที่จะมองว่าเป็นปัจจัยบวกหรือลบต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยตรง อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินลีราและการที่ธนาคารกลางต้องนำทองคำและเงินสำรองออกมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพ สะท้อนความเสี่ยงของสกุลเงิน Fiat ในประเทศเกิดใหม่ และอาจช่วยหนุนความสนใจในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและ Bitcoin ในกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากค่าเงิน
วิกฤตค่าเงินของตุรกีกลับมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังตุรกีต้องใช้เงินราว 50,000 ล้านดอลลาร์จากทองคำ ตั๋วเงินคลัง และเงินสำรองต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงินลีรา ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาดการเงินหลังสงครามอิหร่านเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ขณะที่ปัจจุบันเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แลกได้ประมาณ 48.44 ลีรา จากราว 43.04 ลีราในช่วงต้นปี ส่งผลให้ลีราอ่อนค่าลงประมาณ 11.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี
เปิดรายละเอียด: เงินที่ใช้ไปทั้งหมดมาจากไหนบ้าง
เมื่อแยกดูรายละเอียดของเงินสำรองที่ถูกนำมาใช้ รายงานของ Phoenix Refining ระบุว่าธนาคารกลางตุรกีใช้เงินสำรองเงินตราต่างประเทศราว 26,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น เพื่อเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราโดยตรง นอกจากนี้ รายงานของ Bloomberg ระบุว่าธนาคารกลางยังขายและทำสวอปทองคำประมาณ 60 ตัน มูลค่ามากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ โดยส่วนใหญ่เป็นการนำทองคำไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อเข้าถึงเงินตราต่างประเทศหรือลีรา ไม่ใช่การขายทองคำทั้งหมดออกไปอย่างถาวร ขณะที่ข้อมูลอีกส่วนระบุว่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ลดลงอย่างมากในช่วงดังกล่าว
แม้ทุ่มเงินมหาศาล แต่ค่าเงินยังเปราะบาง ก่อนเริ่มฟื้นตัว
สิ่งที่น่าสนใจคือแม้ธนาคารกลางจะใช้เงินสำรองจำนวนมหาศาล แต่ค่าเงินลีราก็ยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าได้อย่างยั่งยืน โดยในเดือนพฤษภาคม เงินลีราเคยอ่อนลงไปแตะระดับประมาณ 45.74 ลีราต่อดอลลาร์ และตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเงินทุนไหลออก ขณะที่ข้อมูลของธนาคารกลางตุรกีแสดงให้เห็นว่าทองคำยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของทุนสำรอง โดย ณ วันที่ 24 เมษายน 2026 ทองคำสำรองมีมูลค่าประมาณ 110,100 ล้านดอลลาร์ และแม้สถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายจากจุดวิกฤตในเดือนมีนาคม แต่ค่าเงินลีรายังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับต้นปีอย่างต่อเนื่อง
ผู้เขียนมองว่า กรณีของตุรกีเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประเทศหนึ่งต้องเผชิญแรงกดดันต่อค่าเงินพร้อมกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แม้ธนาคารกลางจะมีทองคำและเงินสำรองจำนวนมหาศาล แต่ก็ยังจำเป็นต้องนำสินทรัพย์เหล่านั้นออกมาใช้เพื่อประคองตลาด ขณะที่ค่าเงินลีราปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 48.44 ลีราต่อดอลลาร์ และอ่อนค่าลงราว 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือความสามารถของตุรกีในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินโดยไม่ต้องลดทุนสำรองลงมากเกินไป เพราะหากแรงกดดันยังดำเนินต่อไป ก็อาจทำให้ตลาดกลับมาตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งของทุนสำรองและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง:
- Ted Pillows บน X
- Reuters — Turkish gold reserves in largest drop in 7 years
- Bloomberg — Turkey Sells and Swaps $8 Billion in Gold
- Central Bank of the Republic of Türkiye — International Reserves and Foreign Currency Liquidity
- Investing.com — USD/TRY Historical Data
- ValutaFX — USD/TRY Historical Rate January 2, 2026

