สรุปข่าว
- Tim Draper นักลงทุนมหาเศรษฐีสาย Bitcoin มองว่าการที่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple และ Meta ยังไม่มี Bitcoin อยู่ในงบดุลถือเป็นเรื่องที่ขาด “ความรับผิดชอบ”
- Tim แนะนำให้บริษัทต่าง ๆ ถือ Bitcoin เป็นเงินสำรองอย่างน้อย 4 สัปดาห์ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขณะที่เขาแนะนำบุคคลทั่วไปให้มี Bitcoin สำรองประมาณ 6 เดือน
- แนวคิดการทำคลังเก็บ Bitcoin กำลังเป็นที่แพร่หลาย โดยบริษัทมหาชนทั่วโลกถือ Bitcoin รวมกันมากกว่า 1.27 ล้าน BTC แต่ขณะเดียวกันโมเดลนี้ก็เผชิญแรงกดดันจากราคาหุ้นและความผันผวนของ BTC
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
มุมมองของ Tim เป็นการหนุนส่ง Bitcoin ในเชิงบวก เพราะหากบริษัทขนาดใหญ่เริ่มนำ BTC เข้าไปเป็นสินทรัพย์สำรองจริง ความต้องการ Bitcoin จากภาคธุรกิจอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม คำพูดของ Tim ยังเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวที่เขาแสดงออกมา ไม่ได้หมายความว่า Apple หรือ Meta มีแผนซื้อ Bitcoin และบริษัทที่ทำคลังเก็บ Bitcoin เองก็มีความเสี่ยงจากราคาสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินเช่นกัน
Tim Draper มองบริษัทไม่ถือ Bitcoin เป็นเรื่อง “ไร้ความรับผิดชอบ”
Tim Draper นักลงทุน VC และผู้สนับสนุน Bitcoin รายใหญ่ของโลก ออกมาแสดงความเห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Apple และ Meta ที่ยังไม่มี Bitcoin อยู่ในงบดุลนั้นเป็นเรื่อง “ไม่รับผิดชอบ” โดยเขามองว่าธุรกิจควรมี Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของเงินสำรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินแบบเดิม
ความคิดเห็นดังกล่าวถูกเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Bitcoin Magazine Podcast โดย Tim เสนอว่าบริษัทควรถือ Bitcoin อย่างน้อยเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประมาณ 4 สัปดาห์ ขณะที่บุคคลทั่วไปควรมี Bitcoin สำรองสำหรับค่าใช้จ่ายประมาณ 6 เดือน และรัฐบาลก็ควรมี Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันความเสี่ยงเช่นกัน
Apple และ Meta มีเงินสดมหาศาล แต่ยังไม่เลือกถือ Bitcoin
ประเด็นที่ Tim นำมาพูดถึงน่าสนใจ เนื่องจาก Apple และ Meta ต่างเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์สภาพคล่องจำนวนมาก
ข้อมูลจากงบการเงินล่าสุดของ Apple ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2026 ระบุว่า บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 39,544 ล้านดอลลาร์ และหลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้รวมทั้งระยะสั้นและระยะยาวอีกกว่า 106,000 ล้านดอลลาร์
ส่วน Meta ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 15,462 ล้านดอลลาร์ และหลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้อีกประมาณ 74,798 ล้านดอลลาร์ โดยสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์รัฐบาลสหรัฐฯและตราสารหนี้ภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม การไม่มี Bitcoin ในงบดุลไม่ได้หมายความว่าบริษัทเหล่านี้ “ขาดเงินสำรอง” แต่เป็นการเลือกใช้สินทรัพย์และกลยุทธ์บริหารเงินทุนที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นจุดที่ความเห็นของ Tim แตกต่างจากแนวทางบริหารเงินสดแบบดั้งเดิม
บริษัททั่วโลกถือ Bitcoin กว่า 1.27 ล้าน BTC
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดคลังเก็บสะสม Bitcoin ได้แพร่หลายจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Strategy ไปยังบริษัทมหาชนจำนวนมาก
ข้อมูลล่าสุดจาก BitcoinTreasuries.net ระบุว่า บริษัทมหาชนทั่วโลกถือ Bitcoin รวมกันประมาณ 1,270,867 BTC โดย Strategy ยังคงเป็นบริษัทที่ถือมากที่สุดที่ประมาณ 845,050 BTC ตามด้วย Twenty One Capital ที่จำนวน 43,514 BTC และ Metaplanet ที่ตามมาอยู่ที่ 43,000 BTC
อีกฐานข้อมูลจาก CoinGecko ประเมินว่ามีบริษัทประมาณ 180 แห่ง ที่ถือ Bitcoin รวมกันกว่า 1.29 ล้าน BTC คิดเป็นประมาณ 6.16% ของ Bitcoin ทั้งหมด 21 ล้าน BTC
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าบริษัทจำนวนมากเริ่มมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์บริหารเงินทุน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลงทุนส่วนบุคคลอีกต่อไป
แต่คลังเก็บสะสม Bitcoin ก็ยังมีความเสี่ยง
แม้ Tim จะมองว่าการไม่มี Bitcoin เป็นความเสี่ยง แต่โมเดลคลังเก็บสะสม Bitcoin ที่ดูเหมือนจะไร้ที่ตินี้เองก็ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยงเสมอไป
ตัวอย่างก่อนหน้านี้นั้นคือ MARA Holdings ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin จำนวนมาก มี Bitcoin บนตัวเลขงบดุลของบริษัทประมาณ 35,577 BTC ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 และบริษัทระบุชัดเจนว่ามูลค่าของ Bitcoin สามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการและฐานะทางการเงินของบริษัทได้
นอกจากนี้ บริษัทที่ถือ Bitcoin จำนวนมากใช้การออกหุ้นหรือกู้ยืมเงินเพื่อการตุน Bitcoin ในงบดุล ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทมีความสัมพันธ์กับทั้ง Bitcoin และโครงสร้างเงินทุนของบริษัท ขณะที่รายงานจาก Financial Times ระบุว่ามูลค่าตลาดรวมของบริษัทที่ถือ Bitcoin เหล่านี้เองนั้นก็ได้ลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุดในปี 2025 ท่ามกลางการปรับตัวลงของ Bitcoin และแรงกดดันต่อโมเดลดังกล่าว
ดังนั้นการถือ Bitcoin ในงบดุลจึงไม่ได้มีเพียงข้อดีเรื่องการกระจายสินทรัพย์ แต่ยังเพิ่มความผันผวนให้กับงบการเงินและราคาหุ้นได้เช่นกัน
Tim Draper ยังคงเดินหน้าผลักดันแนวคิดคลังถือ Bitcoin โดยมองว่าบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple และ Meta ที่ยังไม่มี Bitcoin ในงบดุลถือเป็นเรื่องที่ “ไม่รับผิดชอบ” พร้อมเสนอให้ธุรกิจถือ BTC อย่างน้อยเทียบเท่าค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 4 สัปดาห์
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Apple หรือ Meta จะซื้อ Bitcoin หรือไม่อาจไม่สำคัญเมื่อเทียบกับ ภาพของการที่ Bitcoin จะกลายเป็นสินทรัพย์มาตรฐานสำหรับการบริหารเงินสำรองของบริษัทมากขึ้นแค่ไหน เพราะปัจจุบันมีบริษัทมหาชนถือ BTC รวมกันแล้วมากกว่า 1.27 ล้าน BTC และหากบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกเริ่มจัดสรร BTC แม้เพียงสัดส่วนเล็ก ๆ ก็อาจสร้างความต้องการใหม่ให้กับตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา : BVID, Bitcoin Magazine, SEC, CoinGecko
