สรุปข่าว
- บริษัทจัดการคลังคริปโตรายใหญ่อย่าง Bitmine ได้เข้าซื้อเหรียญ Ethereum เพิ่มเติมจำนวน 27,562 เหรียญซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 75.2 ล้านดอลลาร์ส่งผลให้ยอดการถือครองรวมพุ่งทะลุ 5.98 ล้านเหรียญและเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 5% ของอุปทานทั้งหมดในตลาด
- ทางบริษัทได้นำเหรียญจำนวนกว่า 5 ล้านเหรียญหรือคิดเป็น 85% ของสินทรัพย์ทั้งหมดไปล็อกไว้ในระบบ Staking ซึ่งประเมินว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการวางค้ำประกันได้มหาศาลถึง 357 ล้านดอลลาร์ต่อปีตามอัตราผลตอบแทนในปัจจุบัน
- Tom Lee ประธานของบริษัทชี้ให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงมีสัดส่วนการลงทุนในตลาดคริปโตที่ค่อนข้างต่ำเนื่องจากหันไปเน้นหุ้นกลุ่ม AI ในช่วงต้นปีและคาดว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดคริปโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2026
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากแรงซื้ออย่างต่อเนื่องจากสถาบันรายใหญ่อย่าง Bitmine ที่นำเหรียญส่วนใหญ่ไปล็อกในระบบ Staking จะช่วยลดอุปทานหมุนเวียนในตลาด ประกอบกับมุมมองที่ว่าเม็ดเงินจากสถาบันอื่นกำลังเตรียมไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเพิ่มเติมในช่วงปลายปี
Bitmine Immersion Technologies ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดการคลัง Ethereum ที่ใหญ่ที่สุดยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทำการกว้านซื้อเหรียญ Ethereum เพิ่มอีก 27,562 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 75.2 ล้านดอลลาร์เมื่ออ้างอิงจากราคาที่ระดับ 2,727 ดอลลาร์ การเข้าซื้อในครั้งนี้ผลักดันให้ยอดสะสมรวมของบริษัทพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 5,983,940 เหรียญ หรือเทียบเท่ากับ 4.9% ของอุปทานเหรียญทั้งหมด 122.1 ล้านเหรียญในตลาด ซึ่งทำให้บริษัทเข้าใกล้เป้าหมายหลักที่ต้องการถือครองเหรียญให้ได้ 5% ของอุปทานทั้งหมด
การเดินหน้าสะสมของ Bitmine เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในระดับที่ใกล้เคียงกันตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และหากยังคงรักษาอัตรานี้ไว้บริษัทก็อาจจะบรรลุเป้าหมายการสะสมได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทางบริษัทได้ดำเนินการเข้าซื้อ Ethereum มาอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์นับตั้งแต่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์คลังคริปโตในเดือนมิถุนายนปี 2025 ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยังได้นำเหรียญจำนวนกว่า 5 ล้านเหรียญหรือราว 85% ของพอร์ตไปล็อกไว้ในระบบ Staking ซึ่งประเมินว่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดกลับคืนมาได้สูงถึง 357 ล้านดอลลาร์ต่อปีตามอัตราผลตอบแทนในปัจจุบัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Bitmine ปรับตัวสูงขึ้น 5.8% ในช่วงก่อนเปิดตลาด ซึ่งเป็นการต่อยอดความร้อนแรงจากวันศุกร์ที่พุ่งขึ้นไปแล้วถึง 8% สอดคล้องกับราคาของเหรียญที่ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม
ทางด้าน Tom Lee ประธานของบริษัทได้ออกมาให้ความเห็นว่า ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนสถาบันอาจจะกำลังพยายามปรับตัวและไล่ตามตลาดคริปโตให้ทัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เทความสนใจไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ในช่วงต้นปี โดยนับตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ราคาของเหรียญ Ethereum ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 76% ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 2% อย่างเทียบไม่ติด และช่องว่างของผลตอบแทนที่กว้างขนาดนี้จะดึงดูดความสนใจจากผู้จัดการกองทุนที่ยังมีสัดส่วนการลงทุนในคริปโตน้อยเกินไปในปีนี้ได้อย่างแน่นอน
ประธานของ Bitmine ยังระบุเพิ่มเติมว่าสถาบันต่างๆ มีสัดส่วนการลงทุนในคริปโตที่ต่ำกว่าเกณฑ์ในปี 2026 ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลประกอบการที่ร้อนแรงของหุ้น AI ในช่วงต้นปี แต่เขาคาดการณ์ว่าสถาบันเหล่านี้จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอย่างมหาศาลในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2026 นอกจากนี้เขายังมองว่ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนอย่าง Tokenization และการนำบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้กับ AI ที่เพิ่มมากขึ้น จะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวที่กระตุ้นให้สถาบันทางการเงินตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในตลาดคริปโต
ที่มา: prnewswire
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า กลยุทธ์ของ Bitmine ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในสภาวะตลาดระยะยาว การที่สถาบันกว้านซื้อเหรียญแล้วนำไปล็อกไว้ในระบบ Staking ถึง 85% จะทำให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนัก และหากเม็ดเงินจากสถาบันอื่นๆ เริ่มไหลกลับจากการทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI เข้ามาสู่ตลาดคริปโตในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีตามที่คาดการณ์ไว้ สภาพคล่องของเหรียญที่หายไปจากระบบนี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่อาจผลักดันให้ราคา Ethereum พุ่งทะยานขึ้นได้อย่างรุนแรง

