bitkub-banner

สหรัฐฯ เอเชีย และยุโรปแห่ซื้อ Bitcoin พร้อมกัน สัญญาณเงินทุนทั่วโลกเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักวิเคราะห์ Ted Pillows ระบุว่า สหรัฐฯ เอเชีย และยุโรปต่างมีแรงซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ สะท้อนภาพความต้องการ BTC ที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากหลายภูมิภาค
  • ข้อมูลในภาพรวมยังพบว่าความสนใจ Bitcoin จากภาครัฐและสถาบันทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดย Coinbase ระบุว่า มีมากกว่า 40 ประเทศที่แสดงความตั้งใจหรือมีแผนเพิ่ม Bitcoin เข้าสู่สินทรัพย์สำรอง แม้จำนวนรัฐบาลที่ยืนยันการถือครองจริงจะน้อยกว่านั้นมาก
  • แรงซื้อจากหลายภูมิภาคอาจช่วยสร้างแรงพยุงให้ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวน แต่คำว่า “ซื้อ” ในแต่ละภูมิภาคอาจหมายถึงทั้งการลงทุนของสถาบัน กองทุน และบริษัท ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลทุกประเทศกำลังเข้าซื้อ BTC โดยตรง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

หากแรงซื้อจากสหรัฐฯ เอเชีย และยุโรปเกิดขึ้นพร้อมกันและต่อเนื่องจริง จะถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อ Bitcoin เพราะสะท้อนว่าความต้องการไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขนาดของเงินทุนและประเภทของผู้ซื้อยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าแรงซื้อดังกล่าวสามารถส่งผลต่อราคาได้มากเพียงใด

ตลาด Bitcoin กำลังเห็นภาพการเข้ามาของเงินทุนจากหลายภูมิภาคพร้อมกัน หลัง Ted Pillows นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตระบุว่า “สหรัฐฯ ซื้อ BTC, เอเชียซื้อ BTC, EU ซื้อ BTC” พร้อมสรุปว่า ทุกคนกำลังซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางตลาดที่กำลังจับตาว่าแรงซื้อรอบใหม่จะสามารถผลักดันราคา BTC ให้กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่

แรงซื้อไม่ได้จำกัดอยู่แค่สหรัฐฯ

หนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจคือการที่ Bitcoin ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนในหลายภูมิภาคพร้อมกัน โดยเฉพาะฝั่งเอเชียที่มีทั้งบริษัทและกองทุนเข้ามาถือครอง Bitcoin มากขึ้น ตัวอย่างเช่นข้อมูลล่าสุดของ BitcoinTreasuries พบว่าบริษัทจดทะเบียนในเอเชียที่อยู่ในฐานข้อมูลมี Bitcoin รวมกันกว่า 45,620 BTC ขณะที่ญี่ปุ่นมีบริษัทอย่าง Metaplanet เป็นหนึ่งในผู้ถือครองรายใหญ่ของภูมิภาค 

ขณะเดียวกัน ฝั่งยุโรปก็มีการเพิ่มขึ้นของการถือครอง Bitcoin ในกลุ่มบริษัทเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Maketo ระบุว่าบริษัทในยุโรปที่ติดตามอยู่ถือครอง Bitcoin รวมกว่า 8,083 BTC ณ วันที่ 24 กันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 6,496 BTC ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ความสนใจจากรัฐบาลทั่วโลกก็เพิ่มขึ้น

นอกจากการซื้อของบริษัทและสถาบันแล้ว Bitcoin ยังได้รับความสนใจในระดับรัฐบาลมากขึ้น โดย John D’Agostino หัวหน้าฝ่าย Institutional Strategy ของ Coinbase เคยระบุว่า มีมากกว่า 40 ประเทศที่มีความมุ่งมั่นหรือแผนการนำ Bitcoin เข้าไปเกี่ยวข้องกับงบดุลหรือทุนสำรองของประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากผู้ติดตามตลาดระบุว่ามีเพียงประมาณ 13 รัฐบาลเท่านั้นที่มีการถือครอง Bitcoin ซึ่งได้รับการยืนยันต่อสาธารณะ 

สหรัฐฯ เองก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุด โดยข้อมูลที่รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองมากกว่า 320,000 BTC ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากการยึดทรัพย์ในคดีต่าง ๆ และถูกนำมาอยู่ภายใต้นโยบาย Strategic Bitcoin Reserve 

ดังนั้น ตัวเลขการซื้อ Bitcoin จากหลายภูมิภาคจึงควรแยกให้ออกระหว่าง “การซื้อจริง” กับ “การประกาศนโยบายหรือแผนการถือครอง” เพราะทั้งสองอย่างมีผลต่อตลาดแตกต่างกัน และข้อมูลที่ยืนยันการซื้อจริงยังมีจำนวนจำกัด

เงินทุนทั่วโลกกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของ Bitcoin

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาด Bitcoin ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มีทั้ง ETF บริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง รวมถึงรัฐบาลและสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตัวอย่างเช่น BlackRock เพิ่งเข้าซื้อ Bitcoin และ Ethereum รวมกันกว่า 3.1 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลา 8 วันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าความต้องการจากสถาบันยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด

สำหรับ Bitcoin ภาพของการที่เงินทุนจากหลายภูมิภาคเข้ามาพร้อมกันถือเป็นสิ่งที่ตลาดต้องจับตา เพราะหากแรงซื้อดังกล่าวสามารถดำเนินต่อเนื่องได้ ก็อาจช่วยลดแรงกดดันจากฝั่งขายและทำให้ Bitcoin มีฐานรองรับที่แข็งแกร่งขึ้น แต่หากเป็นเพียงการเข้าซื้อระยะสั้น ก็อาจไม่ได้เปลี่ยนแนวโน้มของตลาดในระยะยาว


ผู้เขียนมองว่า ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงการที่หลายภูมิภาคกำลังซื้อ Bitcoin แต่คือแรงซื้อเหล่านี้จะดำเนินต่อเนื่องแค่ไหน เพราะหากสหรัฐฯ เอเชีย และยุโรปยังมีเงินทุนไหลเข้าสู่ BTC พร้อมกัน ภาพของตลาดจะเริ่มแตกต่างจากช่วงที่การเคลื่อนไหวของราคาพึ่งพานักลงทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นหลัก และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทาง Bitcoin ในช่วงต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: