สรุปข่าว
- Standard Chartered คาดการณ์ว่าราคาโทเคน ENA จะพุ่งขึ้นกว่า 600% สู่ระดับ $2 และมูลค่า USDe จะเติบโตแตะ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2028
- Ethena กำลังขยายกลไกการสร้างผลตอบแทนไปสู่สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA), DeFi และหุ้นในรูปแบบโทเคน (bStocks) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด
- โครงการซื้อเหรียญคืนที่นำรายได้สุทธิ 95% มาซื้อ ENA คืน จะเป็นตัวขับเคลื่อนราคาที่สำคัญ ท่ามกลางความเสี่ยงจากการเติบโตที่ช้ากว่าคาด
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Standard Chartered เปิดเผยบทวิเคราะห์เชิงบวกต่อ Ethena (ENA) โดยคาดการณ์ว่าราคาโทเคนจะเติบโตกว่า 669% สู่ระดับ $2 และ USDe จะขยายตัว 8 เท่า สู่ระดับ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งหนุนด้วยการขยายสินทรัพย์สร้างผลตอบแทน การประยุกต์ใช้ RWA และกลไก Fee Switch ที่นำรายได้ส่วนใหญ่มาซื้อคืนเหรียญ
Standard Chartered ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เปิดเผยบทวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของ Ethena (ENA) โดยระบุว่า โปรเจกต์จะสามารถเติบโตไปได้ไกลกว่านี้มาก
ธนาคารคาดการณ์ว่าราคาของโทเคน ENA จะโตขึ้นมากกว่า 669% จากระดับ $0.26 ไปสู่ระดับราคา $2 ในขณะที่ USDe ซึ่งเป็น Stablecoin ของเครือข่ายก็จะเติบโตขึ้น 8 เท่า จาก $4.9 พันล้านไปสู่ $4 หมื่นล้าน ภายในปี 2028 เห็นได้จากการขยายตัวของสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน และโครงการซื้อเหรียญคืน
ปัจจุบัน Ethena ถือเป็นผู้ออกเหรียญ stablecoin ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ตามหลัง Tether, Circle และ Sky แต่หากนับเฉพาะเหรียญที่มอบผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวพวกเขาจะอยู่ในลำดับที่สองเป็นรองแค่ Sky แต่ถึงอย่างนั้นเหรียญประเภท Yield-bearing ก็ยังคงมีสัดส่วนในตลาดเพียง 5% เท่านั้นในปัจจุบัน
การขยายขนาดการซื้อคืนโดยใช้ผลตอบแทน
ในรายงานที่ส่งตรงถึงลูกค้า Standard Chartered ระบุว่า Ethena กำลังขยายกลไกการสร้างผลตอบแทนเบื้องหลัง USDe เนื่องจากผลตอบแทนจากการเทรดคริปโทฯ เริ่มลดลง
ธนาคารเน้นย้ำว่า สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA), DeFi, การให้กู้ยืมสำหรับสถาบัน, Stablecoin สภาพคล่องสูง รวมถึงการเทรดที่ผูกกับหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ถือเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนใหม่ๆ ในปัจจุบัน โดยยิ่งฐานกว้างเท่าไรก็ยิ่งสามารถขยายตัวได้เร็วขึ้นเท่านั้น
Ethena ได้ขยายกลยุทธ์ดังกล่าวไปสู่หุ้นในรูปแบบโทเคน ผ่าน bStocks ของ Binance โดยใช้สินทรัพย์เหล่านี้เป็นหลักประกันสำหรับ USDe และใช้สัญญา Perpetual ของหุ้นบน Binance ในการป้องกันความเสี่ยง
ทั้งนี้ ธนาคารคาดการณ์ว่าสินทรัพย์แปลงเป็นโทเคน รวมถึง Stablecoin และ RWA อื่นๆ จะเติบโตขึ้นแตะ $4 ล้านล้าน ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2028 จากระดับประมาณ $3.5 แสนล้าน ดอลลาร์ในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน อีกครึ่งหนึ่งของสมมติฐานเกี่ยวกับ ENA ของ Standard Chartered นั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโทเคนเมื่อ USDe เติบโตขึ้น เช่น ข้อเสนอ Fee Switch ของ Ethena ซึ่งผ่านการอนุมัติด้วยคะแนนเสียง 100% กำหนดให้ 95% ของรายได้สุทธิที่เกิดขึ้นจากธุรกิจทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Ethena ถูกนำไปใช้ในการโปรแกรมซื้อเหรียญ ENA คืน
หากอุปทานหมุนเวียนของ USDe สูงถึง $4 หมื่นล้าน ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2028 ในขณะที่ ENA ยังคงอยู่ที่ราคาปัจจุบัน Standard Chartered คำนวณว่าอัตราการซื้อคืนต่อปีจะคิดเป็นประมาณ 23% ของมูลค่าหมุนเวียนของโทเคน ซึ่งธนาคารมองว่าระดับดังกล่าวสูงเกินกว่าจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยโต้แย้งว่า ENA จะต้องปรับตัวสูงขึ้นจนกว่าอัตราการซื้อคืนจะลดลงมาอยู่ในระดับต่ำลง
เพื่อเป็นจุดอ้างอิง Standard Chartered ได้ชี้ไปที่ Uniswap ซึ่งอัตราการซื้อคืนต่อปีคงที่อยู่ที่ประมาณ 3% ถึง 4% นับตั้งแต่มีการเปิดใช้งาน Fee Switch ในเดือนธันวาคม 2025 โดยธนาคารกล่าวว่า UNI มีราคาเพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์โทเคนดังกล่าวในเดือนมิถุนายน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาช่วยชดเชยสัดส่วนการซื้อคืนโทเคนที่อาจสูงเกินไปจนไม่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารมองว่าการเติบโตที่ช้ากว่าคาดของ Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนเป็นความเสี่ยงหลักต่อการคาดการณ์นี้ ขณะที่การเติบโตที่อ่อนแอของสินทรัพย์ในโลกจริงที่นำมาใช้บนบล็อกเชนจะเพิ่มความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง เนื่องจาก Ethena พึ่งพาสินทรัพย์เหล่านั้นมากขึ้นในการสร้างผลตอบแทน
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน: การวิเคราะห์นี้นับเป็นมุมมองเชิงบวกที่สะท้อนศักยภาพของเหรียญกลุ่ม Yield-bearing จากสถาบันการเงินระดับโลก แม้กลไก Buyback จะช่วยหนุนราคาได้อย่างทรงพลัง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวจะต้องพึ่งพาการเติบโตจริงของอุปสงค์ USDe และการบริหารความเสี่ยงด้านผลตอบแทนอย่างมีประสิทธิภาพ

