Union Jack Oil บริษัทพลังงานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหราชอาณาจักร ได้ประกาศแผนการครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยน “ก๊าซธรรมชาติส่วนเกิน” จากแหล่งขุดเจาะ West Newton ของตนเอง ให้กลายเป็นไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขุด Bitcoin การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการบุกเบิกโครงการ “เปลี่ยนน้ำมันเป็นคริปโต” (oil-to-crypto) โครงการแรกๆ ของประเทศ และอาจนำไปสู่การที่บริษัทจะจัดตั้ง “คลัง Bitcoin” ของตนเองในอนาคต
ในรายงานการดำเนินงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บริษัทระบุว่าโครงการนี้จะช่วย “สร้างกระแสเงินสดในระยะเริ่มต้น” จากบ่อก๊าซที่มิฉะนั้นแล้วจะต้องถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เกิดประโยชน์ โดย Union Jack Oil ได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง Rathlin Energy และ 360 Energy ซึ่งเป็นบริษัทจากเท็กซัสที่เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนก๊าซส่วนเกินหรือก๊าซที่ต้องเผาทิ้งให้กลายเป็นพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ณ แหล่งขุดเจาะโดยตรง
นาย David Bramhill ประธานกรรมการบริหารของบริษัท กล่าวว่าโครงการนี้เกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ผู้ผลิตพลังงานบนบกต้อง “คิดนอกกรอบ” เพื่อที่จะสร้างการเติบโตต่อไป ท่ามกลางความล่าช้าในการวางแผนและกฎระเบียบที่ไม่แน่นอนซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำก๊าซเข้าสู่ตลาด แทนที่จะต้องรอการอนุมัติที่ยาวนาน บริษัทจึงเลือกที่จะใช้ก๊าซ ณ แหล่งขุดเจาะเพื่อเป็นพลังงานให้กับเครื่องขุด Bitcoin ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ในทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาไทม์ไลน์การพัฒนาแบบดั้งเดิม
กลยุทธ์ “เปลี่ยนก๊าซทิ้งให้เป็นเงิน” นี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ใหญ่ขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งบริษัทน้ำมันและก๊าซหลายแห่งกำลังทดลองใช้การขุด Bitcoin เพื่อสร้างรายได้จากทรัพยากรที่เคยสูญเปล่า โดยในสหรัฐอเมริกา บริษัท ConocoPhillips ได้ริเริ่มโครงการนำร่องในการส่งก๊าซส่วนเกินให้กับนักขุด Bitcoin แทนที่จะเผาทิ้ง ขณะที่ในอาร์เจนตินา บริษัทน้ำมัน Tecpetrol ก็ได้เริ่มนำก๊าซที่เหลือทิ้งจากการขุดเจาะมาใช้เดินเครื่องขุด Bitcoin เช่นกัน การเคลื่อนไหวของ Union Jack Oil ในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่า Bitcoin กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก
ที่มา: cointelegraph

