แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวานนี้ ซึ่งโดยปกติมักเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ Bitcoin (BTC) กลับมีปฏิกิริยาในทางตรงกันข้าม โดยร่วงลงหลุดระดับ 90,000 ดอลลาร์อีกครั้ง สวนทางกับค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลดลงตามความคาดหมายของตลาด
Fed ลดดอกเบี้ย-ทุกอย่างขึ้น… ยกเว้นคริปโต
หลังการประกาศลดดอกเบี้ย ตลาดการเงินดั้งเดิมตอบรับในทิศทางที่ผ่อนคลายลงตามทฤษฎี โดยค่าเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ในขณะที่โลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะแร่เงิน (Silver) ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ลดลงจาก 4.20% เหลือ 4.12%
แต่ในทางกลับกัน ตลาดคริปโตกลับไม่ได้รับอานิสงส์นี้ โดยหลังจากที่ดีดตัวขึ้นเหนือ 94,000 ดอลลาร์ได้เพียงชั่วครู่หลังข่าวออก Bitcoin ก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 89,400 ดอลลาร์ หรือลดลง 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะที่เหรียญหลักอื่นๆ อาการหนักกว่า โดย Ether (ETH) ร่วงลง 5.5% ส่วน XRP และ Solana ปรับตัวลดลงเกือบ 4%
หุ้น AI-เหมืองขุด กอดคอกันร่วง
บรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังถูกกดดันจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของ Oracle (ORCL) ที่ทำให้ราคาหุ้นดิ่งลงถึง 14% ซึ่งฉุดให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI รายใหญ่อย่าง Nvidia, AMD และ Broadcom ร่วงตามไปด้วย ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปิดลบ 1.2% สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคริปโตและเหมืองขุด Bitcoin ที่หลายบริษัทได้หันไปเน้นโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยหุ้นอย่าง Hut 8, Iren, Cipher และ Riot Platforms ต่างปรับตัวลดลงในระดับ 5-6%
นอกจากนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดคริปโตก็กอดคอกันร่วงถ้วนหน้า โดย Strategy (MSTR) ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ ปรับตัวลดลง 6.4% ส่วนกระดานเทรดอย่าง Coinbase (COIN) ลดลง 5% และที่น่าจับตามองคือ Robinhood (HOOD) ที่ร่วงหนักถึง 8.3% หลังจากมีรายงานเปิดเผยว่าปริมาณการซื้อขายคริปโตลดลงอย่างน่าผิดหวังในเดือนพฤศจิกายน
ที่มา: coindesk

