J.P. Morgan สถาบันการเงินระดับโลก ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินการจัดเตรียมวงเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในรูปแบบโทเคนของบริษัท Galaxy บนบล็อกเชน Solana
ธุรกรรมนี้นับเป็นครั้งแรกๆ ที่มีการจัดการหนี้สินผ่าน Public Blockchain ในสหรัฐฯ โดยระบบจะทำการออกโทเคนดิจิทัลให้สอดคล้องกับจำนวนพันธบัตรที่มีอยู่จริง
ขณะเดียวกันหลักทรัพย์โทเคนที่ออกจะทำการขายให้กับ Franklin Templeton และ Coinbase ส่วนการแลกคืนจะชำระผ่านการใช้งาน Stablecoin ของ Circle อย่าง USDC
Jason Urban หัวหน้าฝ่ายการเทรดของ Galaxy เปิดเผยว่า ตอนนี้เรากำลังทดสอบโมเดลที่พวกเราต่างเชื่อมั่นมาเป็นเวลานาน นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานโปรแกรมซึ่งสนับสนุนผลิตภัณฑ์การลงทุนระดับสถาบันการเงิน

แม้ตลาดการแปลงพันธบัตรเป็นโทเคนยังถือว่าเพิ่งจะแจ้งเกิดได้ไม่นานแต่ก็มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะสิ่งนี้สามารถย่นได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมากจากการตัดตัวกลางออกไป โดยรายงานคาดว่าภายในปี 2030 ตลาดแห่งนี้จะมีมูลค่าสูงถึง $3 แสนล้านดอลลาร์
นอกเหนือจากสหรัฐฯแล้ว ทางฝั่งฮ่องกงเองก็มีความเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน โดยทางธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ได้มุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการแปลงสินทรัพย์ทางการเงินเป็นโทเคนในลำดับต้นๆ โดยได้ประกาศโร้ดแมพระยะยาวเป็นเวลาห้าปี เพื่อนำพันธบัตรและสินทรัพย์ทางกายภาพเข้าสู่ระบบบล็อกเชนภายในปี 2030
HKMA ระบุว่า การนำสินทรัพย์จริงมาอยู่บนบล็อกเชนจะทำให้ฮ่องกงสามารถปรับตัวได้ในยุคที่มีการนำ AI เข้ามาอยู่ในระบบโลกการเงิน

ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นในจีนด้วย เมื่อ Hua Xia บริษัทการเงินในเครือรัฐบาลจีน ได้ประกาศนำพันธบัตรสกุลเงินหยวนมูลค่าสูงถึง 4.5 พันล้านหยวน (ราว 600 ล้านดอลลาร์) มาแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัล ตอกย้ำว่าเทคโนโลยีนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญของโลกการเงิน
อย่างไรก็ตามโปรเจกต์หยวนดิจิทัลของประเทศจีนจะไม่ใช่ Stablecoin เหมือนกับสกุลเงินอื่นๆ แต่เป็นสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาลกลางหรือ CBDC ซึ่งรัฐบาลจีนได้ซุ่มพัฒนาโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ปี 2014
ที่มา : Cointelegraph
