ข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเงินรับศักราชใหม่ เมื่อ Barchart สื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเงินชื่อดังได้รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ทำการอัดฉีดเม็ดเงินก้อนโตมูลค่ามหาศาลกว่า 31,000 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ระบบธนาคารสหรัฐฯ ผ่านธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรข้ามคืน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่านี่คือการอัดฉีดสภาพคล่องในวันเดียวที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือปริมาณเม็ดเงินในครั้งนี้ได้แซงหน้าสถิติสูงสุดในช่วงฟองสบู่ดอทคอม ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กยืนยันรายละเอียดการดำเนินการดังกล่าว โดยระบุว่าเฟดได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล มูลค่า 31,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเสริมสภาพคล่องรวมที่มีมูลค่าสูงถึง 74,600 ล้านดอลลาร์ ในวันสิ้นปี 2025 การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านสภาพคล่องในช่วงสิ้นไตรมาสและสิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สถาบันการเงินมีความต้องการเงินสดสูงเป็นพิเศษเพื่อปรับสมดุลบัญชีงบดุล ให้เป็นไปตามเกณฑ์
เมื่อนำตัวเลขมาเปรียบเทียบเชิงประวัติศาสตร์จะเห็นภาพความตึงเครียดของสภาพคล่องได้ชัดเจน โดยยอดการอัดฉีดครั้งนี้ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ทำไว้ 29,400 ล้านดอลลาร์ และสูงกว่ายอดสูงสุดในยุคฟองสบู่ดอทคอมปี 2000 ที่เคยทำไว้ต่ำกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลย้อนหลังชี้ให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ แต่เป็นการเข้าแทรกแซงเชิงรุกของเฟดเพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดเงินเกิดการชะงักงัน (Disruptions) ในช่วงรอยต่อของปี ซึ่งเป็นจุดเปราะบางสำคัญของระบบการเงิน
สถานการณ์ด้านสภาพคล่องดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่เฟดให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้ โดยยอดรวมธุรกรรม Repo ตลอดเดือนธันวาคมได้พุ่งทะลุ 40,000 ล้านดอลลาร์ และเฟดได้ยกเลิกขีดจำกัดการดำเนินงานมาตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม เพื่อเปิดทางให้สภาพคล่องไหลเข้าสู่ระบบได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ธุรกรรม Reverse Repo มีการใช้งานเพียง 12,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำว่าระบบธนาคารกำลังกระหายเงินสดอัดฉีดเข้ามาหมุนเวียนมากกว่าการดูดซับออกไป การอัดฉีดครั้งประวัติศาสตร์นี้จึงเปรียบเสมือน “Happy New Year” จากเฟดเพื่อพยุงเสถียรภาพไม่ให้ระบบการเงินสะดุดรับปีใหม่
ที่มา: @Barchart
