<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แอป Bitchat ของ Jack Dorsey ยอดดาวน์โหลดพุ่งในยูกันดา หลังประชาชนผวารัฐสั่งตัดเน็ตช่วงเลือกตั้ง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

กระแสความตื่นตัวในยูกันดากำลังพุ่งสูงขึ้น เมื่อประชาชนนับแสนรายแห่กันติดตั้งแอปพลิเคชัน Bitchat เพื่อเตรียมรับมือกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีความกังวลอย่างหนักว่า รัฐบาลอาจสั่งปิดกั้นการสื่อสาร หรือตัดอินเทอร์เน็ตเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 

ย้อนกลับไปในตอนนั้นรัฐบาลยูกันดาได้สั่งตัดเน็ตทั่วประเทศยาวนานกว่า 4 วัน ซึ่งฝั่ง Bobi Wine  ผู้นำฝ่ายค้านเชื่อว่าเป็นการเปิดช่องให้มีการโกงเลือกตั้ง พอมาถึงรอบนี้ช่วงปลายเดือนธันวาฯ Wine เลยออกมาบอกให้ทุกคนใช้ Bitchat เพื่อให้ติดต่อกันได้ถ้าเน็ตโดนตัดจริงๆ ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ออกมาขู่ว่า “ระวังโดนบล็อกนะ” แต่ผู้พัฒนา Bitchat ก็มองว่าต่อให้รัฐอยากบล็อกจริงๆ ก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ  

มาทำความรู้จัก Bitchat กันหน่อย แอปนี้สร้างโดย Jack Dorsey (ผู้ก่อตั้ง Twitter และ Block) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วนี่เอง จุดเด่นคือมันช่วยให้เราตั้งห้องแชทตามโลเคชันได้ และที่เจ๋งสุดๆ คือมันส่งข้อความหากันผ่าน Bluetooth แบบ Mesh Network (เครื่องต่อเครื่อง) โดยไม่ต้องง้ออินเทอร์เน็ตแบบเดิมๆ อารมณ์คล้ายๆ แอป FireChat ที่ม็อบฮ่องกงเคยใช้ การที่มันเชื่อมต่อกันเองโดยตรงและไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลาง ทำให้ยากมากที่รัฐบาลจะสั่งปิดระบบ

ความเจ๋งของโมเดลนี้พิสูจน์มาแล้วจากเหตุการณ์ประท้วงของกลุ่ม Gen Z ในเนปาล ตอนนั้นรัฐบาลแบนแอปโซเชียลไปกว่า 26 แอป แต่คนก็แห่มาใช้ Bitchat แทน จนยอดโหลดพุ่งกระฉูด โดยใช้ฟีเจอร์ Mesh Network ส่งต่อสัญญาณกันในฝูงชนเพื่อนัดรวมพลจนสามารถล้มรัฐบาลได้สำเร็จ รวมถึงที่อินโดนีเซียตอนประท้วงช่วงกันยายน 2025 ยอดโหลดแอปนี้ก็พุ่งแซงหน้าประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ หรือรัสเซียไปเลย

ปกติอินเทอร์เน็ตแบบศูนย์รวมที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน รัฐสามารถสั่งปิดได้ง่ายมากแต่พวก Mesh Network จะเก่งเรื่องการเกาะกลุ่มกันในระยะใกล้ๆ อีกตัวช่วยหนึ่งคือ Starlink อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ยิงสัญญาณลงมาจากฟ้า ทำให้รัฐบาลควบคุมยากขึ้น อย่างในซูดานหรืออัฟกานิสถาน ประชาชนก็ใช้ช่องทางนี้เพื่อหลบเลี่ยงการปิดกั้นข้อมูลในช่วงวิกฤตมาแล้ว

แต่กรณีของยูกันดาตอนนี้ Starlink ยังถูกระงับอยู่นะครับเพราะยังไม่ได้ใบอนุญาต ทาง SpaceX เองก็ยืนยันว่า ไม่ให้บริการในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความเป็นจริงก็มีรายงานว่ามีคนลักไก่เปิดใช้งานเครื่องจากประเทศอื่นแล้วเอามาใช้แบบ Roaming ข้ามแดนเอา สรุปแล้วด้วยเทคโนโลยีอย่าง Starlink และ Mesh Network การที่รัฐบาลจะมาไล่ปิดกั้นการสื่อสารสมัยนี้มันทำได้ยากขึ้นทุกที ยกเว้นจะโหดจัดๆ แบบเกาหลีเหนือที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง 

ที่มา : gizmodo

ลิงก์ข่าวที่เกี่ยวข้อง