Fitch Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงในระดับสูงที่มาพร้อมกับหลักทรัพย์ที่มี Bitcoin ค้ำประกัน ซึ่งคำเตือนนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับคริปโตในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน
อ้างอิงจากรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Fitch ระบุว่า หลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ที่มี Bitcoin ค้ำอยู่ มักจะมีรูปแบบโครงสร้างที่คล้ายกัน เป็นการนำ Bitcoin หรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin มากองรวมกันจากนั้นจึงทำการออกตราสารหนี้โดยใช้หลักประกันดังกล่าว
Fitch มองว่าโครงสร้างรูปแบบดังกล่าวมีความเสี่ยงที่สูงมากและใกล้เคียงกับการเก็งกำไรมากกว่า โดยพวกเขาชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของราคาที่เป็นธรรมชาติของ Bitcoin รวมถึงความเสี่ยงด้านคู่สัญญา
ขณะเดียวกันพวกเขายังมีการอ้างถึงความล้มเหลวของผู้ให้กู้ยืมคริปโตในช่วงขาลงปี 2022-2023 โดยเน้นไปที่ BlockFi และ Celsius เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าโครงสร้างของธุรกิจดังกล่าวเปราะบางเพียงใดเมื่อตลาดเกิดความตึงเครียด
ด้วยความที่ Fitch เป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ การประเมินของพวกเขาจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจของธนาคาร, ผู้จัดการกองทุน และสถาบันในการลงทุนกับหลักทรัพย์รูปแบบใหม่ที่มีความผันผวนสูง
Fitch ระบุว่า ความผันผวนของราคาคือปัจจัยพิจารณาความเสี่ยงหลัก พร้อมเตือนว่าการผิดเงื่อนไขระดับความคุ้มครอง (Coverage levels) อาจทำให้มูลค่าหลักประกันลดลงอย่างรวดเร็วและกลายเป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับ ระดับความคุ้มครอง หมายถึง อัตราส่วนของ Bitcoin ที่ใช้ค้ำประกันต่อจำนวนตราสารหนี้ที่ออกโดยใช้หลักประกันนั้น การลดลงของราคาอย่างรุนแรงสามารถส่งผลให้อัตราส่วนดังกล่าวตกลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะนำไปสู่การ Margin calls และการบังคับขาย
ทั้งนี้ การประเมินครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตามหลังคำเตือนของ Fitch เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพราะธนาคารในสหรัฐฯกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเองผ่านการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูง โดยนอกจากเรื่องของกำไรขาดทุนแล้ว ยังมีเรื่องความเสี่ยงของชื่อเสียง,สภาพคล่อง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วย
ปัจจุบัน Bitcoin ได้เริ่มเติบโตขึ้นในฝั่งของการเป็นสินเชื่อภาคธุรกิจ จากฝีมือของ Strategy ที่นำโดย Michael Saylor ซึ่งได้มีการสะสม Bitcoin เป็นจำนวนมากและนำมาแปลงเป็นหุ้นกู้และผลิตภัณฑ์อื่นๆ พร้อมทั้งมีการระดมทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม ทำให้งบดุลและเครดิตโปรไฟล์ของ Strategy แทบจะเคลื่อนไหวตามราคาของ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม คำเตือนของ Fitch ดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปในวงแคบเฉพาะเรื่องสินเชื่อและตราสารที่แปลงเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยนั้นขึ้นอยู่กับมูลค่าของหลักประกันที่ใช้หนุนโดยตรง และการประเมินนี้ไม่ได้มีการอ้างถึงกองทุน Bitcoin ETFs ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเครื่องมือการลงทุนในลักษณะหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทสินเชื่อ
ในความเป็นจริง Fitch ตั้งข้อสังเกตว่า กองทุน ETF อาจช่วยส่งเสริมให้เกิด ‘ฐานผู้ถือครองที่หลากหลายมากขึ้น’ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่อาจช่วยลดทอนความผันผวนของราคาบิตคอยน์ในช่วงที่ตลาดเกิดภาวะตึงเครียดได้

ที่มา : Cointelegraph

